Conversion rate ต่ำ ทำยังไงดี

Conversion Rate ต่ำ ทำยังไงดี?​

Conversion Rate คืออะไร?

โดยทาง Google ให้คำจำกัดความของคำว่า Conversion ไว้ดังนี้

“การที่ลูกค้าได้มีกิจกรรมบนเว็บไซต์หรือแอปฯ ของธุรกิจของเรา โดยกิจกรรมเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ธุรกิจของเราให้คุณค่า เช่น การกดดูวิดิโอ ลงชื่อรับจดหมายข่าว ดาวน์โหลดแอปฯ”

ดังนั้น Conversion Rate คือ อัตราส่วนของการเข้าชมเนื้อหาในเว็บไซต์ที่กลายเป็นการกระทำกิจกรรมใด ๆ ก็ตามที่ธุรกิจนั้นๆ ให้คุณค่า ซึ่งสามารถคำนวณง่ายๆ ได้โดยนำจำนวน Conversion ที่เกิดขึ้น หาร จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ทั้งหมด 


ยกตัวอย่างเช่น 

มีจำนวนของคนเข้ามาเว็บไซต์ 100 คน (Visits)

มีคนกรอกอีเมล์/เบอร์โทร 10 คน (Conversion)

Conversion rate เท่ากับ 10% 

การจะเพิ่ม Conversion Rate จึงต้องย้อนกลับมาดู​ Customer Journey ของธุรกิจก่อนว่ากว่าที่ลูกค้าจะเข้ามา และทำกิจกรรมที่เราได้ให้คุณค่า (เกิด Conversion) เขาจะต้องเจออะไรบ้าง 

ยกตัวอย่างเช่น 

เข้าใช้งานหน้าแรก -> หน้าหมวดหมู่สินค้า -> หน้ารายละเอียดสินค้า -> หน้าเช็คตะกร้าสินค้า -> หน้าจ่ายเงิน -> หน้ายืนยันการทำรายการ

แล้วดูว่าในขั้นตอนไหนกันแน่ที่เป็นปัญหา ที่ทำให้ Conversion Rate ของเราต่ำ เช่น

  • ลูกค้าเข้าเว็บไซต์น้อย เพราะ Thumbnail หรือชื่อหัวข้อ ยังไม่ดึงดูดพอ 
  • ลูกค้าเป้าหมายจะกดเข้ามาดูเว็บไซต์แล้ว แต่ปิดเว็บไซต์ไป เป็นเพราะเว็บไซต์ดาวน์โหลดช้า
  • ลูกค้าไม่ยอมกรอกฟอร์ม เพราะฟอร์มยาว หรือซับซ้อนเกินไป 
  • ลูกค้าจะซื้อสินค้าแล้ว แต่เมื่อจะจ่ายเงินกลับไม่มีช่องทางการจ่ายเงินที่สะดวกสบาย 

สังเกตได้ว่า การที่มี Conversion Rate ต่ำนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยเราจะต้องวิเคราะห์ทั้ง Customer Journey และนำข้อมูลในแต่ละ Funnel มาวิเคราะห์เพื่อระบุปัญหาให้ถูกจุด และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าเกิด Conversion ได้ง่ายที่สุด 

แบรนด์จะเพิ่ม Conversion Rate ได้ยังไง?

เมื่อเราระบุปัญหาได้แล้ว เราต้องมีการ “ทดสอบ” เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าให้ดีขึ้น โดยการใช้เทคนิค “A/B testing”

 A/B Testing เป็นวิธีการทดสอบโดยการเปลี่ยนตัวแปรที่ต้องการทดสอบ เพื่อหาตัวเลือกที่ทำให้เกิด Conversion ได้ดีที่สุด 

“หากว่าเราเปลี่ยนจาก A ไปเป็น B จะทำให้ Conversion Rate ของ C ดีขึ้นได้ เพราะ…”

A ในที่นี้ก็คือหน้าเว็บในเวอร์ชั่นปัจจุบัน

B คือหน้าเว็บที่คุณคิดว่าปรับแล้วจะทำให้ Conversion Rate ของคุณดีขึ้น

C ก็คือ Conversion หรือว่าสิ่งที่คุณต้องการให้พวกเค้าทำ 

โดยธุรกิจต้องกำหนดสิ่วที่ต้องการทดสอบให้ชัดเจน

เช่น ต้องการทดสอบว่าถ้าปรับเปลี่ยนฟอร์มให้กระชับขึ้น จะสามารถเพิ่ม Conversion ในการกรอกฟอร์มได้ 

ระบบก็จะทำการแบ่งจำนวนของคนเข้าเว็บ ให้วิ่งไปที่หน้า A กับหน้า B ในจำนวนเท่าๆ กัน

แล้วระบบก็จะนำตัวเลขมาบอกให้คุณรู้ว่า “หน้าเว็บเวอร์ชั่นไหนที่มี Conversion Rate ที่ดีกว่ากัน” 

พอเรารู้ว่าเวอร์ชั่นไหนมี Conversion Rate ที่ดีกว่าแล้ว เราก็ค่อยนำไปปรับเปลี่ยนหน้าหลัก

อ่านเพิ่มเติม : A/B Testing คืออะไร ช่วยเพิ่ม Conversion Rate ให้แบรนด์ได้อย่างไร ได้ที่นี่

ตัวอย่างเครื่องมือในการเพิ่ม Conversion Rate

Google Optimize สามารถปรับเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์เพื่อทดสอบการทำ A/B Testing ได้ 

การมี Conversion Rate ที่ดี จะช่วยส่งเสริมธุรกิจของคุณให้เติบโตได้ หากธุรกิจของคุณต้องการวิเคราะห์ Funnel และนำข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อระบุปัญหาได้อย่างตรงจุด สามารถติดต่อมาได้ที่ Predictive เพื่อเริ่มทำ A/B Testing เพื่อเพิ่ม Conversion Rate ในระยะยาวค่ะ

Consent Banner

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.