ตำแหน่ง UX คืออะไร? ต้องทำอะไรบ้าง? ต้องจบอะไร ถ้าจบไม่ตรงสายทำได้ไหม? Career Path เป็นยังไง? วันนี้เรามาจับเข่าคุยกับพี่ UX กัน

เลือกอ่านหัวข้อที่คุณสนใจ

แนะนำตัวหน่อยค่ะ

ธีเดช วราอัศวปติ หรือ ชิว อายุ 33 ปีครับ ตอนนี้ทำตำแหน่ง Chief Experience Officer ที่ Predictive มาเกือบ 2 ปีแล้วครับ

อะไรคือสัญญาณที่บอกว่าน่าจะทำ UX ได้ดี

ช่วงวัยเด็กพี่จะชอบเล่น Puzzle ทุกรูปแบบ เพราะพี่ชอบเป็นคนใช้ความคิด ชอบวางแผนว่าจะแก้ปัญหาต่างๆได้ยังไง สกิลนี้เลยติดตัวพี่มาจนถึงปัจจุบันครับ เนื่องจากงาน UX มีรายละเอียดที่เยอะมากๆ คนที่จะมาทำงานตรงนี้ก็จะต้องมีสกิลการคิดวิเคราะห์อย่างมีแบบแผน จัดการข้อมูลที่ได้รับมาอย่างเป็นระเบียบ และ ตั้งคำถามในสิ่งที่คนส่วนใหญ่มักไม่ได้สังเกตกัน นอกจากนี้งาน UX ยังเป็นสายงานที่ต้องมีการวางแผน มีการหาวิธีการแก้ปัญหาในจุดต่างๆเพื่อให้ผลงานชิ้นนั้นออกมามีรูปแบบในการใช้ที่ง่าย และสะดวกที่สุด โดยที่ต้องแมชท์ Tools ที่เหมาะสมกับเงื่อนไข ต่างๆเพื่อให้แก้ไขได้อย่างตรงจุด งาน UX จะแบ่งออกเป็น 2 อย่างคือ UX Researcher และ UX Designer ขึ้นอยู่กับ Sense และความเข้าใจหลายๆอย่าง ที่สำคัญเลยคือต้องลองลงมือทำดูถึงจะรู้ว่าเส้นทางไหนใช่ทางของเรา

แล้วถ้าเรียนจบไม่ตรงสายจะทำงาน UX ได้ไหม

ทำได้ครับ งาน UX Research หลายๆที่ แทบจะครึ่งๆจะมีทั้งคนที่เรียนจบตรงสายและเรียนจบด้านอื่นๆ ส่วนตัวพี่เรียนจบคณะวิศวคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่นมา ตอนนั้นที่พี่เลือกคณะนี้เพราะอยากรู้ว่าคอมพิวเตอร์ที่เราใช้อยู่ทุกวันมันทำงานยังไง ที่มาที่ไปของคอมพิวเตอร์เครื่องนึงมันเป็นยังไง ซึ่งจริงๆก็ไม่ได้ตรงสายกับอาชีพสายนี้ซะทีเดียว ช่วงที่เรียนจบมหาลัย UX ยังไม่บูม ยังไม่เป็นสาขาอาชีพที่กว้างขวางเหมือนปัจจุบัน ตอนนั้น UX จะเป็นวิชาย่อยๆที่แทรกอยู่ในคอร์สหลักมากกว่า

เรื่องว้าวของสายงาน UX

การตั้งคำถามว่า ‘ทำไม’ กับทุกๆอย่างรอบตัวในชีวิตประจำวัน เช่น ทำไมเราถึงรู้ว่าประตูบานนี้ต้องผลัก ดึง หรือ เลื่อน อะไรเป็นสิ่งที่สามารถบ่งบอกวิธีการใช้งานของประตูบานนั้นๆได้ ทุกอย่างมี story เบื้องหลังของมัน งาน UX ทุกชิ้นต้องมีกระบวนการคิดเป็นขั้นเป็นตอนมาก่อนที่จะส่งออกทุกครั้ง

เบื้องหลังของงาน UX จะอิงกับหลักจิตวิทยา อย่างเวลาที่เราไปเลือกซื้อของ เราจะรู้ได้ยังไงว่าตัดสินใจถูกต้องหรือเปล่า หรือ เราเลือกซื้อ based on เหตุผลอะไร แล้วมันเกิดอะไรขึ้นระหว่างก่อนการตัดสินใจครั้งนั้น อาจจะผ่านการไตร่ตรอง หรือ อาจจะโดนปูทางให้ซื้อโดยไม่รู้ตัว เช่น มองว่าเข้าท่าที่จะมีของชิ้นนี้อยู่ในมือ ณ ตอนนั้น ในหลายๆครั้งมักนำเอาศาสตร์ Dark Pattern มาใช้ในงานนี้เพื่อเป็นการล่อหลอก การบังคับให้ผู้ใช้งานมี Flow การใช้งานตามขั้นตอนที่เราวางแผนเอาไว้โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว เช่น มีปุ่มตัวเลือกเดียวบนหน้าเว็บไซต์ เป็นต้น 

อะไรคือความแตกต่างระหว่าง UX กับ UI?

ถ้าให้เทียบเป็นรูปภูเขาน้ำแข็ง UX คือรากฐานที่อยู่ใต้น้ำ คือสิ่งที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ส่วน UI คือสิ่งที่อยู่เหนือน้ำ คือสิ่งที่เรามองเห็นได้ทันที ยกตัวอย่างเช่น มีสินค้าหลากหลายชนิดตั้งขายอยู่ในร้านสะดวกซื้อ UI จะเปรียบเสมือนการที่เรามองเห็นว่ามีลูกอมวางขายอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ในขณะที่ UX จะเป็นคำถามเบื้องหลังว่าทำไมทางร้านถึงเลือกจะวางลูกอมไว้ตรงนั้น

ทำไมถึงเลือกทำ UX ที่ Predictive แตกต่างจากที่อื่นยังไงบ้าง

พี่มองว่าที่บริษัท Predictive มีข้อมูลมีเครื่องมือต่างๆหลากหลายที่พร้อมจะให้ทุกคนเข้ามาเล่น มา Explore ได้ Predictive เป็นเหมือน Playground ขนาดใหญ่ที่มีของเล่นให้เลือกเล่นมากมาย ไม่น่าเบื่อ

ในบรรดาหน้าที่รับผิดชอบทั้งหมด ชอบอะไรเป็นพิเศษ เพราะอะไร

ส่วนตัวพี่ชอบการที่ได้ออกไปทำ research สัมภาษณ์คน พี่เป็นคนที่ชอบศึกษามุมมองความคิดมนุษย์ มันท้าทายตรงที่ว่าเราจะถามยังไง เราจะขุดเค้ายังไง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงกับที่เราต้องการ ที่เราสามารถเห็นเป็นภาพและวิเคราะห์มันออกมาได้

มองภาพตัวเองใน 3 ปีข้างหน้าเป็นยังไงบ้าง และ ทำไมการเลือกทำงานที่นี่จึงเป็นเส้นทางหนึ่งในการเดินทาง

ก่อนจะเข้ามาทำที่นี่ มองตัวเองไว้ว่าอยากเป็น Research Specialist เวลาที่มีคนนึงถึงงานเกี่ยวกับการทำ Research แล้วอยากให้มีชื่อพี่ติดอันดับแรกๆอยู่ในนั้น อยากให้มี Playground สนาม UX ให้ลงมาเล่นมากขึ้น ตอนที่เริ่มศึกษาศาสตร์นี้ แหล่งข้อมูลไม่เยอะเท่าทุกวันนี้ การทำงานที่ Predictive เป็นจุดที่ทำให้พี่รู้สึกอินกับมัน พี่มองว่าเราต้องให้คนอื่นเหยียบบ่าเราแล้วปีนได้สูงขึ้นไป (Standing on the shoulder of giant) การที่คนอื่นจะเหยียบบ่าเราได้ เราต้องทำตัวเองให้เป็น Giant ก่อน

มีปรัชญาในการทำงานไหม

เหนื่อยก็พัก แค่นั้นเลย พักสมองให้มันเคลียร์ก่อน อย่าพยายามฝืนตัวเอง

เหนื่อยก็พัก แค่นั้นเลย พักสมองให้มันเคลียร์ก่อน อย่าพยายามฝืนตัวเอง และการทำงานต้องวางแผนก่อนเสมอ เหมือนกับที่ อับราฮัม ลินคอล์น กล่าวไว้ว่า “ถ้าข้าพเจ้ามีเวลา 6 ชั่วโมงในการตัดต้นไม้ ข้าพเจ้าจะใช้ 4 ชั่วโมงแรก ไว้ลับขวาน”

เราจะให้อะไรน้องๆได้บ้าง ในวันที่น้องๆมาร่วมทีมกับเรา

UX จะเข้ามาทำให้น้องๆใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ใช้ความคิดมากขึ้น

  1. เราจะวิเคราะห์วิจารณ์หลายสิ่งหลายอย่างรอบตัวมากขึ้น ตั้งคำถามโดยอัตโนมัติ สมองเรารู้ว่าสิ่งที่ควรเป็นคือยังไงแต่มันไม่เป็นตามนั้น
  2. พอเราเห็นว่ากว่าจะได้มาซึ่งสิ่งที่มันดี มันไม่ง่าย เราจะรู้จัก เข้าใจโลกมากขึ้น ลดเรื่องการตัดสินใจปัจจุบันทันด่วนมากขึ้น
  3. เราจะมี logic มากขึ้น

ให้ฝากอะไรถึงน้องๆที่อยากก้าวเข้ามาทำงานสายนี้ร่วมกับเราสักเล็กน้อย

หาตัวเองให้เจอ ให้เร็ว เพื่อจะได้ตอบตัวเองว่าใช่หรือไม่ใช่ ความยากคือเมื่อไหร่เราควรจะหยุด ถ้าเรารู้สึกว่ากำลังอยู่กับที่รึเปล่า ไม่มีหรอกคำว่าความตั้งใจเต็มที่พอรึยัง มันอยู่ที่ว่าเราจะทุ่มเทเวลากับมันไปถึงเมื่อไหร่ เรายังเอ็นจอย หรือ อยากไปต่อกับมันรึเปล่า

  1. สนใจลองลงมือทำ
  2. แสดงความสนใจออกมา

ใจต้องมาก่อน ในสายงานนี้ เราต้องรู้เยอะ

หวังว่าน้องๆจะเอ็นจอยกับการแก้ปัญหาให้คน แก้ไขกับความหงุดหงิดทั่วไปรอบๆตัว เช่น ประตู ผลัก-ดึง / เปิดบรรจุภัณฑ์ โดยมองบริบทรอบข้างด้วย เพราะมันมี trade-off ในหลายๆส่วน ไม่ใช่แค่คิด solution ออกมาได้เฉยๆ อย่างเช่น ถ้าเราตั้งคำถามว่า Cockpit ระบบการบังคับการขับในเครื่องบินออกแบบมาดีที่สุดหรือยัง แต่ไม่ได้คำนึงถึงว่าหากต้องเปลี่ยนรูปแบบ Cockpit ในเครื่องบินทุกลำ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายกับการทำระบบใหม่ในเครื่องบินแต่ละลำ การเทรนนิ่งนักบินเก่าและใหม่ไปอีกเท่าไหร่

หลังจากที่เราได้พูดคุยกับพี่ชิวไปแล้ว หวังว่าเพื่อนๆที่มีความสนใจในสายงาน UX Researcher /  Designer คงจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยนช์กันนะคะ และถ้าใครสนใจจะร่วมงานกับทีม UX/UI ตอนนี้ที่ Predictive เปิดรับทีม UX/UI Designer และตำแหน่งอื่นๆอีกหลายตำแหน่ง กดลิงค์ด้านล่างเพื่อกรอกใบสมัครได้เลย

Consent Banner

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.