Salesforce เหมาะกับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมแบบไหนบ้าง?

ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเล็กหรือใหญ่ หรืออยู่ในอุตสาหกรรมไหนก็ตาม ด้วย CRM อันดับหนึ่งที่ถูกออกแบบร่วมกับบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมต่างๆอย่าง Salesforce คุณสามารถตอบคำถามให้กับทุกปัญหาที่ธุรกิจคุณกำลังเผชิญ สามารถขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สร้างประสบการณ์สุดประทับใจเพื่อให้ลูกค้าภักดีกับแบรนด์ รวมไปถึงพนักงานทุกคนในองค์กรให้ทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ดียิ่งขึ้น 

Salesforce กับการใช้งานสำหรับแต่ละอุตสาหกรรม

ในอุตสาหกรรมยานยนต์ 

เข้าใกล้ความสำเร็จให้เร็วขึ้น ด้วยการปรับเปลี่ยน Customer Journey ให้เข้ากับลูกค้าแต่ละคน เพื่อสร้างความภักดีต่อแบรนด์ให้มากขึ้น และมีส่วนร่วมกับผู้ที่มีแนวโน้มจะมาเป็นลูกค้า เพื่อให้แน่ใจว่าคนเหล่านั้นจะมาเป็นลูกค้าในที่สุด และ เชื่อมต่อกับลูกค้าหลังจากการซื้อขายสำเร็จ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกอุ่นใจที่มีทีมคอยดูแลหลังการขาย 

Case Study

Zero เป็นบริษัทผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำที่ Forbes ยกให้เป็น “Tesla แห่งรถจักรยานยนต์” ซึ่งโด่งดังในด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ถึงแม้ว่าสินค้าจะมีคุณภาพที่ดี มีชื่อเสียง แต่ก็ยังขาดในส่วนของการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ตัวแทนจำหน่าย หรือแม้กระทั่งกลุ่มคนที่มีแนวโน้มสนใจสินค้า ซึ่งก็ได้ Salesforce มาเติมเต็มในส่วนนี้  

ก่อนที่ Zero จะหันมาพึ่ง Salesforce ทางบริษัทต้องใช้ระบบที่แตกต่างกันถึง 3 ระบบ ได้แก่ ระบบสำหรับการขาย การบริการ และ การตลาด เพื่อให้ตัวแทนจำหน่ายใช้เจรจาสื่อสารกัน ตัวแทนจำหน่ายต้องส่งใบรับประกันแบบกระดาษเพื่อให้ลูกค้าที่ซื้อสินค้าได้ลงทะเบียน ซึ่งผลที่ออกมาก็คือไม่มีพนักงานคนไหนที่จะมารอหน้าเครื่องแฟกซ์เพื่อรับเอกสารจากลูกค้า ผู้อำนวยการฝ่ายประสบการณ์ของลูกค้า (Director of Customer Experience) จึงเห็นว่านอกจากสินค้าที่ไฮเทคแล้ว Zero ควรส่งมอบประสบการณ์ที่ไฮเทคให้กับลูกค้าและพนักงานด้วย Zero ตัดสินใจพลิกโฉมธุรกิจโดยร่วมมือกับ Salesforce Ignite ซึ่งเป็นโปรแกรมนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยลูกค้าเป็นหลัก โดยรวมทั้งสามระบบที่ Zero ใช้อยู่เข้าด้วยกันเป็นระบบเดียว และทาง Zero ตั้งเป้าว่าต้องการเพิ่มรายได้ 100 เปอร์เซนต์ในทุกๆปี นั่นจึงเป็นเหตุผลที่บริษัทต้องการแพลตฟอร์มที่สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้ ซึ่งสุดท้าย Zero ก็ค้นพบว่า Salesforce สามารถเปลี่ยนธุรกิจทั้งหมดให้ตอบโจทย์ทางด้านเทคโนโลยีสำหรับสินค้าและบริการ

ในธุรกิจการสื่อสาร

ส่งมอบในสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังด้วย Salesforce โดยการช่วยให้ลูกค้า ตัวแทน และผู้ค้าปลีกเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดที่ต้องการได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์แบบ Personalized มากขึ้น เรียนรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไรผ่านการเชื่อมต่อกับลูกค้าผ่าน Salesforce ทำให้ตัวแทนแต่ละคนรู้ถึงความต้องการของลูกค้ารายบุคคลได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และ เริ่มมีการใช้คลาวด์เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้ารายนั้นจะถูกเชื่อมต่อกับบุคคลที่สามารถให้ความช่วยเหลือในสิ่งที่ลูกค้ากังวลได้เสมอ

Case Study

Dentsu เป็นผู้บุกเบิกการจัดการโซเชียลมีเดียในยุคใหม่ สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของ Dentsu มีหน้าที่ในการจัดการ ตรวจสอบ ดำเนินการ และวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆในทุกช่องทางโซเชียลที่พวกลูกค้าใช้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความคิดเห็นจากตัวลูกค้าเองรวมถึงบุคคลอื่นๆ มากถึง 6,000 ความเห็นต่อวัน 

Dentsu ต้องการควบคุมพลังของโซเชียลเพื่อให้แน่ใจว่าแบรนด์ยังมีความเกี่ยวข้องอยู่ หัวหน้าฝ่ายสื่อสังคมออนไลน์ (Head of Social) ชี้แจงว่านอกเหนือจากการกดไลค์กดแชร์แล้วนั้น การนำข้อมูลมาใช้เพื่อสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดให้กับลูกค้า และ สร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับธุรกิจของพวกเขาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยทาง Dentsu ได้เลือกใช้ Social Studio บน Salesforce Marketing Cloud เพื่อส่งมอบข้อมูลทั้งเบื้องต้นและเชิงลึกเพื่อเป็นรากฐานในการดำเนินงาน ซึ่งสามารถจัดการโซเชียลมีเดียของลูกค้าตั้งแต่ต้นจนจบ

ในธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค

ส่งมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าในแบบที่ไม่มีแบรนด์ไหนทำ โดยเริ่มเดินหน้าทำกลยุทธการขายแบบปราบเซียนให้เป็นจริง นำสินค้าไปวางไว้ในแพลตฟอร์มหรือร้านค้าที่เหมาะสม หรือ นำสินค้าไปวางใน Section ที่ผู้ใช้งานสามารถหาได้ง่าย และเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของเรา พร้อมมุมมองแบบ Cross-channel ที่รวม Customer Journey จากทั้งเว็บและแอปเข้าด้วยกันเพื่อให้เราเห็นลูกค้าแบบ 360 องศา 

ปิดการขายลูกค้าได้อย่างฉับไวจากการร่วมมือของทุกคนแบบเรียลไทม์ ช่วยลูกค้าค้นหาคำตอบได้อย่างรวดเร็วด้วยช่องทางการโต้ตอบแบบออนไลน์และออฟไลน์ หรือการตั้งกระทู้ในกลุ่ม Salesforce และเข้าถึงลูกค้าได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นช่วงระหว่างการซื้อขายสินค้าหรือการบริการหลังการขายที่สามารถเปลี่ยนให้ลูกค้าขาจรกลายมาเป็นลูกค้าประจำได้ พร้อมตั้งเป้าหมายเพื่อจะหาโอกาสในการ Upsell กับลูกค้าเก่าด้วย การทำ Personalization แบบรายบุคคลในทุกการขาย และ สร้างประสบการณ์แบรนด์ที่เหนียวแน่นในทุกช่องทาง

Case Study

ก่อนหน้าที่จะร่วมมือกับ Salesforce นั้น PUMA ได้เคยเปิดตัวเว็บไซต์บนมือถือไปแล้ว แต่ต้องหยุดไปเนื่องจากปัญหาในการโหลดหน้าเว็บที่ใช้เวลานานเกินไป ทำให้ผู้ใช้งานไม่ค่อยเข้ามาใช้งานเว็บมากเท่าที่ควรจะเป็น แต่ในการกลับมา

ครั้งใหม่ในเดือนกรกฎาคม 2017 PUMA ตัดสินใจร่วมมือกับ Salesforce ผลที่ออกมาคือ ตอนนี้เว็บไซต์โหลดเร็วขึ้น 35% และ 69% ตามลำดับ ส่งผลให้เวลาโหลดรูปภาพน้อยกว่าสองวินาทีในหน้ารายละเอียดผลิตภัณฑ์ ยอดสั่งซื้อหลังจากนั้นเพิ่มขึ้นจาก 1 เปอร์เซนต์ เป็นเกือบ 1.5 เปอร์เซนต์ จากการจัดโครงสร้างเว็บไซต์ใหม่ด้วยฟีเจอร์ต่างๆจากเครื่องมือที่เรียกว่า Storefront Reference Architecture (SFRA) ที่ช่วยในการออกแบบ UX ของเว็บไซต์บนมือถือ เพื่อเพิ่มยอดขายและปรับปรุงประสบการณ์การช็อปปิ้งบนมือถือ ทีนี้ PUMA ก็ได้ดำเนินวิถีทางธุรกิจตามสโลแกน “Forever Faster” อย่างแท้จริง

ในธุรกิจการเงิน (ธนาคาร, ประกัน, การบริหารจัดการทรัพย์สิน และ ความมั่งคั่ง) 

เปลี่ยนทีมของคุณให้กลายเป็นผู้ชนะในการปิดดีล ผลักดันทีมงานทุกคนสร้างความสัมพันธ์ที่ดีที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับลูกค้า และจัดการไปป์ไลน์ (ท่อลำเลียงรายได้เข้าสู่บริษัท) ให้ทีมทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้ประโยชน์จากข้อมูลภายในและภายนอก มุ่งเน้นไปที่ความต้องการและเงื่อนไขทางการเงินของลูกค้าเป็นหลัก ส่งเสริมให้พนักงานมอบประสบการณ์ที่ราบรื่นให้แก่ลูกค้าในทุกช่องทาง พร้อมช่วยจัดการใบเสนอราคาและธุรกรรมต่างๆจากแพลตฟอร์มคลาวด์เพียงอันเดียว

Case Study

บริษัท Prudential สิงคโปร์เลือก Salesforce เนื่องจากมีโซลูชันที่ปรับขนาดไปตามองค์กรได้พร้อมความสามารถที่หลากหลายซึ่งสามารถใช้งานจากฟีเจอร์อื่นภายใต้ Salesforce ได้มากขึ้นเรื่อยๆในอนาคต บริษัทได้เริ่มต้นด้วยแพลตฟอร์ม Salesforce Customer 360 และ Marketing Cloud เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลจากทั่วทั้งบริษัทและส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากลูกค้าแบบ Personalized และ มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

ในวันนี้ Lead ทั้งหมดได้รับการจัดการภายใต้แพลตฟอร์ม PRUforce โดยมีการมอบหมาย Lead ให้กับที่ปรึกษาและติดตามความคืบหน้าของพวกเขา และที่ปรึกษาแต่ละคนมี Dashboard ที่กำหนดเองเพื่อช่วยในการจัดการธุรกิจและจัดลำดับความสำคัญของลูกค้า จากส่วนนี้ผนวกกับการมีส่วนร่วมจากลูกค้าแบบ Personalized ช่วยเพิ่มจำนวน Lead ที่เปลี่ยนมาเป็นลูกค้าของ Prudential จริงๆมากถึง 40 เปอร์เซนต์

ประธานเจ้าหน้าที่กระจายสินค้าชี้แจงว่าข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า และ ประสิทธิภาพการทำงานที่ได้รับจาก Salesforce ช่วยในการตอบสนองต่อความต้องการและความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้ง Salesforce ยังให้มุมมองแบบองค์รวมเกี่ยวกับธุรกิจของ Prudential มากขึ้น ซึ่งช่วยในการคาดการณ์ และ ติดต่อที่ปรึกษาของ Prudential ที่อาจต้องการการช่วยเหลือ ด้วยประสิทธิภาพทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้จำนวนเคสเฉลี่ยต่อตัวแทน 1 คนเพิ่มขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์

ในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และ ยารักษาโรค 

เชื่อมโยงบุคคล ข้อมูล และกระบวนการทางการแพทย์เข้าด้วยกันเพื่อผลลัพธ์ด้านการดูแลสุขภาพที่ดีขึ้น ปรับเส้นทางการดูแลสุขภาพให้เข้ากับเงื่อนไขทางสุขภาพที่ลูกค้ามีอยู่ พร้อมมอบประสบการณ์แบบ Personalized ด้วยมุมมองแบบ 360 องศา และสร้างโซลูชันตามตามความต้องการของลูกค้าเพียงไม่กี่คลิกในแพลตฟอร์มเดียว ขับเคลื่อนนวัตกรรมได้เร็วยิ่งขึ้นเพื่อนำหน้าคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน

Case Study

Philips ได้ดูแลคนทั่วโลกมามากกว่า 120 ปี ด้วยนวัตกรรมด้านแสงสว่าง เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ ด้านเทคโนโลยีสุขภาพ ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ด้วย Salesforce ช่วยให้บริษัทเข้าใจลูกค้าในแต่ละตลาดในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเพื่อให้สามารถจัดหาผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของพวกเขามากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา 

รองประธานฝ่ายการค้าระดับโลกกล่าวว่า “Salesforce กำลังช่วย Philips พัฒนาเครื่องมือ กระบวนการ และวิธีการทำงานใหม่ๆ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภคในตลาดเฉพาะทางได้ และยังเป็นเครื่องมือที่สามารถเชื่อมโยงจุดต่างๆให้ทำงานร่วมกันได้” ทั้งนี้ Sales Cloud ช่วยให้พนักงานขายเชื่อมต่อกับข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าแบบเรียลไทม์ และตอบสนองด้วยบริการที่พวกเขาต้องการได้ทุกที่ทั่วโลก ดังนั้นทุกการโต้ตอบจึงมีความหมาย และให้มุมมองแบบ 360 องศาอย่างแท้จริง 

Phiilips มีความต้องการเชื่อมต่อทีมขาย, ทีมให้บริการ, ทีมการตลาด และใครก็ตามที่เผชิญหน้ากับลูกค้าด้วย Salesforce เพื่อที่จะสามารถแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด นอกจากนี้ยังต้องการให้ทีมวิจัยและพัฒนา, ห่วงโซ่อุปทาน (กระบวนการหาสินค้า หรือวัตถุดิบ จนสิ้นสุดกระบวนการส่งถึงมือลูกค้า) และ กลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Philips เข้าใจถึงความต้องการและโอกาสที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า Philips จึงเลือกใช้ Service Cloud เพื่อให้ศูนย์บริการและวิศวกรภาคสนามกว่า 7,000 คนในแผนกการดูแลสุขภาพทั่วโลกมีมุมมองที่สมบูรณ์สำหรับลูกค้าตามต้องการเพื่อให้บริการแบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังเริ่มใช้ Marketing Cloud เพื่อทำความรู้จักลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นและให้พวกเขามีส่วนร่วมบนช่องทางโซเชียล

ในอุตสาหกรรมการศึกษาระดับสูง 

เชื่อมต่อโซเชียลมีเดีย โทรศัพท์มือถือ และ คลาวด์เข้าด้วยกันเพื่อให้เป็นสถานศึกษาที่สามารถเห็นถึงความต้องการจากผู้มีแนวโน้มจะเป็นนักศึกษา ผู้ที่กำลังศึกษา และศิษย์เก่า พร้อมเชื่อมต่อทุกแพลตฟอร์มให้ทุกคนได้ติดต่อกับสถานศึกษาได้อย่างง่ายดาย รวบรวมมุมมองต่างๆของนักศึกษาแบบ 360 องศา เข้าไปมีส่วนร่วมกับพวกเขาในแพลตฟอร์มที่เขาใช้เป็นประจำ 

ทำการรับสมัครนักศึกษาที่ตรงกับที่สถานศึกษากำลังมองหา สร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับศิษย์เก่า และ เพิ่มมูลค่าตลอดชีพ (Lifetime Value) ของศิษย์เก่า ส่งคอนเทนต์แบบ Personalized และ สร้างประสบการณ์แบบเป็นส่วนตัวให้กับนักศึกษา ทลายกำแพง Silos ด้วยการสร้างความร่วมมือกันในสถานศึกษา

Case Study

SIM (Singapore Institute of Management) เป็นสถาบันที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2507 เพื่อให้บุคคลและธุรกิจมีทักษะที่จำเป็นต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไป SIM ได้กลายเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการการศึกษาเอกชนชั้นนำของสิงคโปร์ หัวหน้าฝ่ายดิจิทัลของ SIM กล่าวถึงประเด็นที่เฉลี่ยประชากรในสิงคโปร์นั้นเริ่มมีอายุที่มากขึ้น ดังนั้น SIM จึงต้องเปลี่ยนเป้าหมายไปโฟกัสกับกลุ่มนักเรียนที่เป็นผู้ใหญ่ 

SIM ตั้งเป้าว่าอยากได้วิธีใหม่ในการช่วยให้บุคคลและธุรกิจที่เข้ามาศึกษาที่นี่ได้ปรับทักษะที่มี และนำการเรียนรู้นั้นไปสู่อาณาจักรดิจิทัล ด้วยความช่วยเหลือจาก Salesforce SIM กำลังจะบรรลุเป้าหมายนี้ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่เพื่อทำให้เส้นทางของผู้เรียนเป็นไปอย่างครบวงจร และปรับการบริหารหลักสูตรสำหรับบุคคลและองค์กรให้เป็นดิจิทัล ซึ่งรวมถึงขั้นตอนการลงทะเบียนด้วยตนเอง ผลตอบรับของหลักสูตร การจัดตารางหลักสูตร การคืนเงินและการจัดการการเลื่อนเวลา และอื่นๆ

ภายในระยะเวลาเพียง 18 สัปดาห์ แพลตฟอร์มนี้ก็ได้เปิดตัว รวมถึงพอร์ทัลที่สร้างขึ้นบน Experience Cloud ซึ่งผู้เรียนสามารถค้นหาและลงทะเบียนหลักสูตรได้มากกว่า 100 หลักสูตร นอกจากนี้ Service Cloud ยังถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการจัดการเคสอย่างมีประสิทธิภาพ และตอบคำถามที่พบบ่อยจากนักเรียน 

การใช้ Sales Cloud และ Marketing Cloud ในอนาคตจะทำให้ SIM มีข้อมูลควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมกับผู้เรียนและธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น SIM จะสามารถเสนอหลักสูตรธุรกิจที่ปรับให้เข้ากับความต้องการของพนักงานได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถทำการตลาดหลักสูตรการเรียนสำหรับผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษามหาวิทยาลัยในวิทยาเขตได้อีกด้วย

ในอุตสาหกรรมการผลิต 

เชื่อมต่อการผลิต การขาย และการวางแผนทั่วทั้งระบบเข้าด้วยกันเพื่อให้ธุรกิจของคุณดำเนินต่อไปตามแผนที่วางไว้ ให้ Salesforce ช่วยขับเคลื่อนทีมให้กลายเป็นเครื่องจักรที่สามารถชนะการขายได้ในทุกดีลจากมุมมองแบบ 360 องศาจากทุกแพลตฟอร์มการขาย เพื่อช่วยในการทำการ Cross-sell และ Upsell กับลูกค้าเดิมในระหว่างที่ก็ได้ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วยเช่นกัน 

Case Study

เนื่องจากในปัจจุบันเกือบทุกคนอยู่ในโซเชียลมีเดีย แบรนด์ต่างๆ จะต้องสแกนแหล่งที่มานับล้านเพื่อฟังสิ่งที่ผู้คนพูดถึง SCG เลือกใช้ Salesforce Marketing Cloud เพื่อติดตามสื่อโซเชียล บล็อก และฟอรัม เมื่อความคิดเห็นเหล่านั้นกลายไปเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ คราวนี้ SCG ก็จะสามารถรู้ว่าทุกคนกำลังพูดถึงแบรนด์ว่าอย่างไร และในฐานะแบรนด์ควรต้องสื่อสารกลับไปอย่างไร 

การทำงานในช่วงแรกๆ ของ SCG ร่วมกับ Social Studio ได้ประเมินความคิดเห็นของพนักงานเกี่ยวกับความพึงพอใจต่อบริษัทในฐานะที่เป็นสถานที่ทำงาน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ยืนยันศักยภาพของ Social Studio และสนับสนุนให้ SCG นำคนภายนอกที่มีความเชื่อเหมือนๆกันเข้ามามีส่วนร่วม 

ทุกวันนี้ SCG ใช้ Social Studio เพื่อติดตามการสนทนาบนโซเชียลมีเดีย รวมถึง Facebook และ Pantip.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์และเว็บบอร์ดสนทนาภาษาไทย คอยติดตามความคิดเห็นของลูกค้าและความรู้สึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆของ SCG และปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ในอนาคต SCG คาดว่าจะขยายการใช้ Social Studio เพื่อวิเคราะห์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผู้อำนวยการธุรกิจเพื่อสังคมองค์กรกล่าวว่า “Social Studio ช่วยให้เราเข้าใจลูกค้าและความต้องการของพวกเขาได้ดีขึ้น นอกจากนี้เรายังวิเคราะห์ปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของ SCG ได้อีกด้วย” 

ในธุรกิจสื่อ และ สันทนาการ 

รับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้วยเครื่องมือที่สามารถพลิกเกมให้ขึ้นมานำได้ โดยใช้ประโยชน์จากโลกโซเชียล มือถือ คลาวด์ และ เครื่องมือวิเคราะห์เพื่อเชื่อมต่อกับลูกค้า ช่วยให้ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ตัวแทนขาย และฝ่ายบริการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บริโภคโดยมีส่วนร่วมกับพวกเขาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ด้วยการเรียนรู้ลึกถึงสิ่งที่พวกเขาชื่นชอบ หรือ สนใจ เพื่อส่งมอบคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง และ มีจุดเชื่อมต่อระหว่างสิ่งที่พวกเขากำลังมองหาอยู่ นอกจากนี้ Salesforce ยังช่วยให้ทีมภายในทำงานร่วมกัน ติดตามความคืบหน้า และให้ข้อเสนอแนะจากทุกที่ได้อย่างง่ายดาย

Case Study

Electronic Arts (EA) ผู้นำที่โด่งดังจากเกมอย่าง Battlefield 3™, The Sims™ และ Madden NFL เป็นผู้นำด้านการขายเกมในร้านค้าปลีก กำลังจะเปลี่ยนแปลงธุรกิจเพื่อให้ทันกับนวัตกรรมในการเล่นเกม และมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าไปตลอดทั้งชีวิตด้วย Salesforce 

ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายดูแลระบบ (Senior Director of Support Systems) กล่าวว่า “ในยุคนี้การสร้างประสบการณ์การเล่นเกมที่ยอดเยี่ยมนั้นไม่เพียงพอในการจะทำให้ธุรกิจเกมยั่งยืน ผู้ผลิตจำเป็นต้องพัฒนาเกมอยู่เสมอ และเชื่อมต่อกับผู้ใช้งาน (ทุกคนที่เล่นเกม) อยู่ตลอดเวลา” การทำงานร่วมกันกับ Salesforce ทำให้ทีม EA สามารถสร้างเว็บไซต์เชิงโต้ตอบที่สมจริง เพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงการอัปเดตสถานะล่าสุดได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีส่วนร่วมกับที่ปรึกษาเกมของ EA และถกประเด็นร้อนกับสมาชิกคนอื่นๆในเว็บไซต์ สิ่งสำคัญที่สุดคือเกมเมอร์สามารถดื่มด่ำกับแบรนด์ EA ได้ 

ด้วย Salesforce ทีมของ EA สามารถขยายทีมที่ปรึกษาจาก 400 เป็น 1,600 คนในระยะเวลาเพียง 6 สัปดาห์ และเว็บไซต์ Worldwide Customer Experience ของ EA สามารถจัดการ Hit (การเข้าชมเว็บไซต์) ได้หลายล้านครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงพีค ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายดูแลระบบยังชี้แจงอีกว่า “Salesforce ช่วยให้ EA ดำเนินการเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าที่ใครๆคาดคิดว่าจะเป็นไปได้ และที่สำคัญความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดที่เรากำลังสร้างกับลูกค้าคือตัวเปลี่ยนเกมอย่างแท้จริง” 

ในธุรกิจค้าปลีก 

เชื่อมต่อข้อมูลการตลาด การซื้อขายสินค้า การบริการ และ ข้อมูลไอทีบนแพลตฟอร์ม Salesforce เพียงอย่างเดียว

รวมทีมให้เห็นมุมมอง 360 องศาของลูกค้าทุกรายในทุก Touch point ระหว่างทางของพวกเขา มอบประสบการณ์แบบ Personalized ที่ลูกค้าของคุณคาดหวัง เพื่อสร้างความภักดีแบบตลอดชีพ (Lifetime Loyalty) พร้อมพลิกโฉมธุรกิจค้าปลีกของคุณอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการของนักช้อปในยุคปัจจุบัน

Case Study

Sephora กำลังนำนวัตกรรม เช่น แอป Skincredible ซึ่งวิเคราะห์สภาพผิวของลูกค้าและให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์แบบเฉพาะบุคคล มาสู่เอเชียแปซิฟิกมากขึ้น เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า รองประธานกรรมการฝ่าย E-Commerce และ การตลาด (Vice President, E-Commerce and Marketing)กล่าวว่า “สิ่งหนึ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดเกี่ยวกับความงามคือ เราสามารถค้นพบสิ่งที่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับลูกค้าของเรา และใช้สิ่งนี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้น อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาที่พวกเขากังวลอีกด้วย” 

ด้วยแหล่งข้อมูลเชิงลึกที่รวบรวมมาจาก Loyalty Program (โปรแกรมในการสร้างความภักดีขึ้นมาระหว่างลูกค้ากับแบรนด์) Sephora ได้วางตำแหน่งตัวเองให้เป็นผู้นำในการสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ไม่เหมือนใคร สิ่งที่จำเป็นต้องมีคือแพลตฟอร์มที่จะช่วยให้สามารถรวบรวมข้อมูลทั้งหมดและทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อมอบประสบการณ์เหล่านั้นได้อย่างราบรื่น ซึ่ง Salesforce มีกลไกที่มีประสิทธิภาพสำหรับการตลาด ตลอดจนโอกาสในการเชื่อมต่อโซลูชันต่างๆจาก AppExchange นอกจากนี้ยังสนับสนุนมุมมองลูกค้าแบบ Omnichannel และต้องการปรับประสบการณ์ออนไลน์และออฟไลน์ให้สอดคล้องกัน ดังนั้นหากลูกค้าไปที่แอพของ Sephora เพื่อจองบริการในร้านค้า ประสบการณ์ที่พวกเขามีภายในแอพจะถูกส่งต่อไปจนถึงการนัดหมายที่ร้าน

ตอนนี้ Sephora ใช้ Marketing Cloud เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้าในขณะที่ปรับปรุงประสิทธิภาพของแคมเปญผ่านระบบอัตโนมัติที่มากขึ้น ตัวอย่างเช่น การใช้ Email Studio และ Journey Builder ทำให้ Sephora สามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ได้ดีขึ้น และสร้าง Journey เฉพาะบุคคลตามการกระทำและบุคลิกของลูกค้า ด้วย API การรับส่งข้อความของ Marketing Cloud บริษัทยังสามารถรับแจ้งเตือนอีเมล์ เช่น การยืนยันคำสั่งซื้อ ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ Sephora ยังใช้ Advertising Studio เพื่อเข้าถึงลูกค้าในอุดมคติผ่านช่องทางต่างๆ เช่น Facebook และ Google เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้ผลตอบแทนจากค่าโฆษณาอย่างเหมาะสมที่สุด ด้วยความสามารถทั้งหมดเหล่านี้จาก Salesforce และการผสานรวม Salesforce กับแอปต่างๆ เช่น Facebook, Google Analytics และ Snapchat ช่วยให้ทีมการตลาดสามารถมองเห็นลูกค้าได้ 360 องศา ไม่ว่าพวกเขาจะเลือกโต้ตอบในช่องทางใดก็ตาม

ในอุตสาหกรรมการขนส่ง และ การท่องเที่ยว 

ด้วยพลังของแพลตฟอร์ม CRM อันดับหนึ่ง Salesforce สามารถส่งมอบอนาคตของการขนส่งสินค้าได้ ตั้งแต่การจัดการคำถามที่ซับซ้อนในแบบเรียลไทม์ไปจนถึงการให้บริการที่แบบเชิงรุก และ Personalized อีกทั้งยังทำให้การเดินทางของสินค้าจากคุณสู่ลูกค้าเป็นประสบการณ์ที่ราบรื่นไร้ที่ติ

นอกจากนี้ Salesforce ยังช่วยให้ประสบการณ์การท่องเที่ยวของลูกค้าดำเนินไปอย่างราบรื่นไม่มีสะดุด โดยช่วยให้คุณควบคุมข้อมูลเพื่อปรับแต่งตัวเลือกการเดินทางให้เป็นไปตามความต้องการของลูกค้าด้วยการผสานปัญญาประดิษฐ์เพื่อแนะนำสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งที่ลูกค้าสนใจ ณ ช่วงเวลานั้นๆ เพื่อสร้างประสบการณ์การบริการที่สามารถเชื่อมต่อกับสิ่งที่ลูกค้ามองหาอย่างแท้จริง และ สามารถรับรองความพึงพอใจได้แบบ 100 เปอร์เซนต์

Case Study

Anantara Vacation Club ยกระดับประสบการณ์การบริการลูกค้าที่เหนือกว่าด้วย Salesforce หลังจากที่สร้างฐานลูกค้าได้มากกว่า 14,000 รายภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี ก่อนที่จะมาใช้ Salesforce ในปี 2557 ตัวแทนฝ่ายบริการลูกค้าจะจัดการกับคำถามต่างๆผ่านอีเมล์ ซึ่งไม่มีประสิทธิภาพและใช้เวลานานมากพอสมควร ซึ่งวิธีการนี้อาจเป็นที่ยอมรับได้ในช่วงปีแรกๆ แต่เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เริ่มมีคำถามต่างๆที่ไม่เกี่ยวข้องส่งเข้ามาเรื่อยๆ ตามได้ยาก และติดตามผลลัพท์ได้ยากขึ้นเช่นกัน 

ในปัจจุบัน Service Cloud ได้ถูกใช้เพื่อการจัดการการบริการแบบครบวงจรตั้งแต่การจองที่พักจนถึงวันสุดท้ายของการเข้าพัก ทีมบริการลูกค้าทั้งหมดสามารถเข้าถึงข้อมูลของลูกค้าได้เหมือนกัน ไม่ว่าพวกเขาจะติดต่อผ่านทางคอลเซ็นเตอร์, WeChat หรือ อีเมล์ ตอนนี้ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่สอดคล้องกับสิ่งที่พวกเขาต้องการผ่านช่องทางที่พวกเขาเลือกใช้ จากการใช้ Service Cloud ฐานลูกค้าเติบโตขึ้นอย่างไม่คาดคิด กล่าวคือมากถึง 200 เปอร์เซ็นต์ และ SLA (ข้อตกลงระดับการให้บริการ) ลดลงจากประมาณ 10 ชั่วโมงเหลือน้อยกว่าสองชั่วโมง

ผู้อำนวยการฝ่ายบริการและนวัตกรรมกล่าวว่า “สิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับ Service Cloud คือตอนนี้พนักงานของ Anantara Vacation Club มีความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับลูกค้าทุกคนที่พวกเขากำลังคุยด้วย และเห็นมุมมองที่สำคัญของการโต้ตอบก่อนหน้านี้ทั้งหมดของพวกเขา” ด้วย Service Cloud ตอนนี้ทาง Club ได้รับมุมมองของลูกค้า 180 องศา แต่การรวม Sales Cloud เข้าไปด้วยในอนาคตจะทำให้เห็นมีมุมมองที่สมบูรณ์แบบ 360 องศาของลูกค้า

จากบทความนี้จะเห็นได้ว่าทุกอุตสาหกรรมทุกขนาดสามารถใช้ Salesforce ได้อย่างไม่มีข้อสงสัยใดๆ และหากคุณกำลังพิจรณาหรือมองหาเครื่องมือ CRM อันดับหนึ่งอย่าง Salesforce ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจของคุณ ไม่ว่าจะเป็นทีมขายหรือทีมการตลาด รวมไปถึงการรู้จักลูกค้าให้ดีขึ้นในระยะเวลาที่สั้นลง สามารถติดต่อ Predictive เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย และเรายินดีให้คำปรึกษาเบื้องต้นฟรี

Reference

Consent Banner

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.