Loyalty Program จะไม่สำคัญได้อย่างไร ในเมื่อลูกค้าเก่ามีแนวโน้มจะจ่ายสูงกว่าถึง 67%

สวัสดีครับทุกคน ต่อจากเรื่อง Data Activation มีประโยชน์ในกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างไร ? ที่เราได้พูดเกี่ยวกับการนำข้อมูลที่เราเก็บได้ไปใช้ประโยชน์ต่อ ซึ่งทุกคนสามารถอ่านย้อนหลังกันได้โดยคลิ๊กที่ชื่อเรื่องได้เลยนะครับ

เรื่องที่เราจะมาเล่าวันนี้นั้นเป็นส่วนที่ต่อยอดมาจาก Blog ธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ใช้ Customer Data ทำอะไรบ้าง ก่อนอื่นเราขออธิบายเพื่อให้ทุกคนเห็นภาพใหญ่ไปด้วยกันก่อน

จากภาพด้านบนจะเห็นได้ว่าการทำให้ลูกค้าเกิด Loyalty หรือความรักในแบรนด์หรือสินค้าของเรานั้น เป็นหนึ่งใน Pillar ที่สำคัญมากๆในการดำเนินธุรกิจ หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจนั้น คือ “ลูกค้าเก่า” หรือ “ลูกค้าประจำ” นั้นเอง และจากลูกค้าหลายเจ้าที่เราเคยได้คุยก็มี Challenge เดียวกันคือการรักษาลูกค้าที่มีความ Loyalty กลุ่มนี้ไว้ให้อยู่กับเราได้นานที่สุดนี่แหละครับ แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ยากเกินไปหากทุกคนเข้าใจกลไกของความ Loyalty และรู้ขั้นตอนว่าเราสามารถทำอะไรเพื่อตอบแทนลูกค้ากลุ่มนี้ได้บ้าง

Loyalty Program คืออะไรและ มีกี่แบบ?

Loyalty Program เป็นส่วนหนึ่งของ CRM (Customer Relation Management) ที่จะช่วยให้เราสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ผ่านการมอบสิทธิประโยชน์หรือสิทธิพิเศษต่างๆให้ลูกค้า ตามเงื่อนไขที่เรากำหนด

เพื่อทำให้ลูกค้าเก่า หรือ Existing Customer เกิดความรัก ความผูกพันธ์ในแบรนด์ของเรา หรือมากไปกว่านั้นคือ “ลูกค้ารู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นลูกค้าของเรา” ทั้งหมดนี้เราทำไปเพื่อให้ลูกค้าเหล่านี้กลับมาซื้อสินค้าเราซ้ำๆ และบอกต่อไปสู่เพื่อนๆและคนใกล้ตัว หรือคนใน Social Media ต่างๆของพวกเขา ให้มาใช้สินค้าหรือบริการของเราด้วยครับ 

Loyalty Program ที่มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ

  1. Point Program:  สะสมแต้มเพื่อแลกของรางวัล หรือสิทธิพิเศษต่างๆ ซึ่งการได้มาของแต้มจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
    1. Engagement Point: คะแนนที่ได้จากการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ เช่น เช็คอินที่หน้าร้านได้รับ 20 Points หรือ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นได้รับ 30 Points
    2. Transactional Point: คะแนนที่ได้จากการใช้จ่ายในแบรนด์ เช่น ทุกยอดการใช้จ่าย 1,000 บาท จะได้รับ 1 Points ได้ส่วนลด 5% ตลอดชีพ เมื่อสะสมครบ 5 Points และ 10% เมื่อสะสมครบ 10 Points 
  1. Tiering Programs: เป็นการแบ่งเลเวลของสมาชิคตามยอดค่าใช้จ่าย หรือตาม Point ที่ได้สะสมมา ซึ่งระบบนี้จะทำให้ลูกค้ารู้สึกท้าทายจากการที่ “ยิ่งจ่ายเยอะ ยิ่งได้ระดับที่สูงขึ้น” ซึ่งจะตามมาด้วยสิทธิพิเศษมากมาย ที่เราเห็นกันได้บ่อยๆคือตามร้านอาหารชื่อดัง ที่มีเงื่อนไขว่า “ยอดค่าใช้จ่ายครบ 10,000 บาทใน 1 ปี จะได้อัพเกรดเป็น Gold Member” เพื่อรับส่วนลดพิเศษทุกครั้งที่เข้ามาทาน พร้อมส่วนลดหรือของขวัญในวันสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด วันปีใหม่ หรือเทศกาลสำคัญๆ
  2. Cash Back: เครดิตเงินคืน ตามยอดที่ได้ใช้จ่ายไป เช่น จ่าย 10,000 บาทรับเงินคืน 1,200 บาท
  1. Paid Programs: เป็นการกางไพ่ให้ลูกค้าเห็นทุกโปรแกรม/แพคเกจที่เรามี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อเพิ่ม (Increase The Bucket Size) ซึ่งจะแลกมาด้วยการบริการที่ดีกว่า เช่นการอัพเกรด Plan  ใน Netfilx ที่ทำให้เราได้ชมภาพยนต์ในความละเอียดที่สูงขึ้นตาม Plan ที่เราเลือก

เนื่องจากลูกค้าของแต่ละธุรกิจ จะมีความต้องการและความคาดหวังจากแบรนด์ต่างกันออกไป เราควรเข้าใจลูกค้าให้มากที่สุดก่อน เพื่อให้เราส่งมอบสิ่งที่ลูกค้าจะให้คุณค่าได้อย่างตรงใจ เราจึงแนะนำให้มีการเก็บข้อมูลในขั้นตอน Collection และ Segmentation ให้แข็งแรงก่อน เพราะเหตุนี้ Loyalty จึงเป็นขั้นตอนสุดท้ายของ Data Driven Strategy 

เช่น พฤติกรรมของผู้ใช้งานเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่น eCommerce จะมีความคาดหวังว่าราคาในออนไลน์ถูกกว่าการไปซื้อหน้าร้าน ธุรกิจ eCommerce จึงใช้การลดแลกแจกแถมมา เราจึงเห็นโค้ดส่วนลดเยอะแยะไปหมด ยิ่งเป็นช่วงที่เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นเปิดตัวแรกๆแล้ว จะเห็นได้เลยว่าสินค้าบางชนิดนี่ลดราคาไปเกินครึ่งเลยครับ 

ในทางตรงกันข้าม กับธุรกิจสินค้าฟุ่มเฟือย (Luxury Goods) ที่กลุ่มลูกค้าจะรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ได้ครอบครองสินค้า Limited Edition เพราะการจะตื่นแต่เช้าไปซื้อให้ทันนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายเสียเหลือเกิน กลุ่มธุรกิจที่ขายสินค้าประเภทนี้จึงมีการมอบสิทธ์ซื้อสินค้าจาก Limited Edition ก่อนวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการให้กับลูกค้า VVIP หรืออาจจะมีการมอบสินค้าที่ไม่มีวางจำหน่ายให้กับลูกค้ากลุ่มที่มียอดใช้จ่ายถึงที่บริษัทกำหนด ซึ่งอาจจะเป็น

  • เมื่อซื้อสินค้าครบ 2,500 บาท รับรองเท้าลาย Limited
  • เมื่อซื้อสินค้าครบ 5,000 บาท รับชุด Gadget มูลค่า 4,000 บาท
  • เมื่อซื้อสินค้าครบ 10,000 บาท รับสิทธ์ซื้อกระเป๋า (ที่โดยปกติแล้วต้องรอคิว Waiting List นานกว่า 6 เดือน)

นอกจากที่เราจะมีระบบหรือกลไกล Loyalty program ที่น่าสนใจแล้ว เราต้องมีประสิทธิภาพในการทำความเข้าใจลูกค้าและนำข้อมูลมาใช้เพื่อทำกลไกที่ตอบโจทย์มากขึ้นได้

5 Loyalty Stages มีอะไรบ้าง

แต่ละระดับที่เราจะพูดถึงต่อไปนี้ เป็นระดับของความสามารถของตัวเราเอง ในการรักษาลูกค้ากลุ่ม Loyalty นี้ไว้ โดยทุกคนสามารถอ่านดูแล้วเช็คตัวเองไปพร้อมๆกันได้เลยนะครับ

  1. Starting Stage: ไม่มีการใช้ Loyalty Platform ใดๆ อาจจะเป็นการจำลูกค้าแบบ Manual เองเลย คือแบบที่ ลูกค้าคนไหนมาซื้อของบ่อย เราก็ได้คุยกับเค้าบ่อย เราก็จำเค้าได้ ในสเตจนี้อาจจะยังพอทำได้หากธุรกิจของคุณยังมีลูกค้าประจำไม่เยอะมากนัก
  1. Growing Stage: มีการใช้ Loyalty Platform ที่สามารถช่วยให้เรามอบสิทธิพิเศษเพื่อรักษาลูกค้าไว้ได้ แต่อาจจะยังไม่ได้มีการนำ Data มาใช้เพื่อพัฒนาระบบ Loyalty Platform เท่านั้นเอง
  1. Scalable Stage: มีฟีเจอร์ต่างๆในระบบ Loyalty Platform ที่ถูกพัฒนามาจาก Customer Data ที่เราเก็บมา และนำข้อมูลนั้นไปทำเป็น Personalize Privilege หรือ สิทธิพิเศษเฉพาะบุคคล เช่น ที่เราเห็นกันบ่อยๆตามแอปพลิเคชั่น Online Shopping หรือ Food Delivery ที่จะมีหน้า Pop-Up ขึ้นมาว่า “ดีลพิเศษเฉพาะคุณ” 
  1. Stable Stage: คล้ายกันกับใน Scalable Stage แต่มีการนำ Machine Learning และ AI Algorithms มาช่วยในการทำ Loyalty Platform เช่น ให้ ML/AI ช่วยศึกษาว่าลูกค้าคนนี้จะสนใจสินค้าชิ้นไหนเป็นพิเศษ​ หรืออยากได้อะไรเป็นพิเศษ เราควรตอบแทนลูกค้าคนนี้ด้วยส่วนลด หรือของแถมดี ?

Predictive Tips: 4 Checklist ในการติดตั้ง Loyalty Program

  1. ควรแสดงผลได้ว่าลูกค้าเข้ามาจากช่องทางไหนบ้าง เช่น ช่องทาง Online ต่างๆที่เราเป็นเจ้าของเอง หรือเป็นช่องทางอื่นๆ เช่นจากรีวิว หรือข่าวต่างๆที่มีการพูดถึงเรา
  2. ควรแสดงผลได้ว่าเมื่อลูกค้าอยู่ในเว็บของเราแล้ว เค้ามีพฤติกรมมอย่างไรบ้าง อยู่ที่หน้าไหนนานเป็นพิเศษ ซึ่งจะแสดงให้เราเห็นได้ว่าลูกค้าสนใจสินค้า/บริการประเภทไหน และลูกค้าได้ให้ข้อมูลอะไรไว้บ้าง อาจจะเป็นการสมัครสมาชิก หรือการกรอกแบบสอบถามเพื่อรับส่วนลดพิเศษต่างๆ
  3. ลูกค้ามีพฤติกรรมการใช้ Point อย่างไรบ้าง ใช้ไปกับการแลกของแถม หรือแลกส่วนลด เพื่อที่เราจะได้ทำ Personalization ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้ในอนาคต
  4. ต้องมีความปลอดภัย ข้อมูลลูกค้าที่เราเก็บมาจะรั่วไหลไม่ได้อย่างเด็ดขาด เพราะในวันที่ User Privacy ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง เรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถละเลยได้

เมื่ออ่านกันมาถึงตรงนี้แล้ว หากธุรกิจไหนสนใจอยากใช้โปรแกรม CRM สามารถติดต่อ Predictive ได้เลย เรามีบริการทั้งติดตั้งระบบและปรับแต่งให้เข้ากับธุรกิจของคุณ ไปจนถึงขั้นตอนการทำ Machine Learning Model มาใช้เพื่อประมวลผลในการทำ Personalization Marketing ให้ตรงใจลูกค้าที่สุด และเรายินดีให้คำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

Consent Banner

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.