Case study: Panasonic เพิ่ม ROAS ได้มากถึง 30% ด้วย Google Analytics

แบรนด์ชื่อเสียงโด่งดังหลายๆแบรนด์เริ่มรับรู้ได้ถึงพลังของการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) รวมถึง Panasonic เช่นกัน ซึ่งในการลงทุนกับตลาดดิจิทัล ROAS (Return On Ads Spent) หรือ ผลตอบแทนจากค่าใช้จ่ายในการโฆษณา ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สร้างกำไรให้กับแบรนด์เช่นกัน

Panasonic ตัดสินใจรวมข้อมูลการตลาดทั้งหมดของเว็บไซต์ทั้งหมดไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ซึ่งก็คือ Google Analytics เพื่อดูข้อมูลการตลาดทั้งหมด และเพียงชั่วอึดใจเดียว พวกเขาก็ได้ข้อมูลเชิงลึกอันทรงพลังสองประการ 

  1. การซื้อขายส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเหตุการณ์สำคัญๆในชีวิต เช่น แต่งงาน หรือการย้ายบ้าน เป็นต้น
  2. การซื้อผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายในครั้งเดียว ที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด 

พวกเขาสร้างกลุ่มเป้าหมายตามผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ และใส่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กันกลุ่มเป้าหมายนั้นลงในโฆษณาของ Google เพื่อรีมาร์เก็ตด้วยเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง และด้วยข้อมูลเชิงลึกของ “สินค้าที่ถูกซื้อซื้อด้วยกันบ่อยที่สุด” (Mostly buy with) พวกเขาจึงเริ่มรีมาร์เก็ตติ้งผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ สำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม

แนวทางการโฆษณาที่เน้นลูกค้าเป็นหลัก

ในปี 2015 ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์อย่าง Panasonic ซึ่งมียอดขายกว่า 2.5ล้านล้านบาท ต่อปีและพนักงานกว่า 260,000 คน ได้เปลี่ยนจากกลยุทธ์การโฆษณาจากเดิมที่ “เน้นผลิตภัณฑ์เป็นหลัก” เป็นกลยุทธ์ที่ “เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” และประสบความสำเร็จอย่างมาก ในปีนั้น ฝ่ายการตลาดสำหรับผู้บริโภคในญี่ปุ่นของบริษัทได้ใช้ Google Analytics เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับลูกค้าไปใช้ในการทำการตลาด

เนื่องจาก Panasonic ไม่ได้ขายสินค้าโดยตรงจากเว็บไซต์ของตัวเอง เป้าหมายหลักของแผนกการตลาดสำหรับผู้บริโภคคือ การเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้า ผ่านการโฆษณาดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ ในขณะนั้น ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นของ Panasonic มีแคมเปญโฆษณาของตัวเอง แต่บริษัทขาดแพลตฟอร์มเดียวในการวิเคราะห์และรายงานประสิทธิภาพในแคมเปญต่างๆ Panasonic Japan ทราบดีว่าจำเป็นต้องมีแพลตฟอร์มที่จะมาช่วยเพิ่มความแม่นยำในการค้นหากลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม และวิเคราะห์ผลลัพธ์โดยละเอียด

รวมข้อมูลทุกอย่างไว้ในที่เดียวกัน

ก้าวแรกสู่อนาคตที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ของ Panasonic คือการวัดผลแคมเปญการตลาดดิจิทัลทั้งหมดบนแพลตฟอร์มเดียว พวกเขาต้องการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาดข้ามแพลตฟอร์มและเอเจนซี่ Panasonic จึงเลือกใช้ Google Analytics เพื่อเชื่อมโยง Google Ads, Campaign Manager, Google Display & Video 360 และ Google Search Ads 360 เข้าด้วยกัน ทำให้ทีมเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่มีรายละเอียดสูงได้ง่ายจากทุกช่องทาง

ใน Report ของ Google Analytics ทำได้มากกว่าการดูค่าใช้จ่าย แต่ยังสามารถดูพฤติกรรมเชิงลึกของผู้ใช้งานในเว็บไซต์ได้ด้วยเช่น Bounce rates และ Average pages per session เมตริกเหล่านี้ช่วยให้ Panasonic เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า Keyword หรือโฆษณารูปแบบไหนที่ดึงดูดการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งานกับเว็บไซต์ของตน

การติดตั้ง Google Analytics นั้นสามารถเปรียบได้ว่า Panasonic มีข้อมูลทางการตลาดที่เสมือนเป็นทรัพย์สินขององค์กร ซึ่งสามารถจัดการโดยทีมงานแผนกต่างๆ

เข้าหาลูกค้าที่ถูกกลุ่ม

ด้วยการวิเคราะห์ทั้งหมดในที่เดียวและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งานในเว็บไซต์ใหม่ในมือ Panasonic ได้เริ่มดำเนินการเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการตลาดดิจิทัล โดยเริ่มต้นด้วยการสร้างกลุ่มเป้าหมาย เพื่อรีมาร์เก็ตติ้งใน Analytics 360 สำหรับผลิตภัณฑ์หลักทั้งหมด

ด้วยการทำ Segmentation พวกเขาสร้างกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน โดยพิจารณาจากการมีส่วนร่วมบนเว็บไซต์ ต่อผลิตภัณฑ์ต่างๆของแบรนด์ และด้วยการใช้ Google Ads และ Display & Video 360 ทำให้สามารถวางโฆษณาตามผลิตภัณฑ์ที่ผู้ใช้สามารถเสริชหาได้ดีขึ้น และ Panasonic Japan ยังสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งที่พวกเขารู้ว่า “สินค้าไหนมักจะถูกซื้อไปด้วยกัน” ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้สนใจทีวี Panasonic Japan ก็สามารถโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริม เช่น ลำโพงได้

จากนั้นทีมจึงใช้การผสานรวมโฆษณาเพื่อให้ได้ผู้ใช้ใหม่ ที่มีแนวโน้มว่าจะมีระดับการมีส่วนร่วมสูง และ Google Analytics ก็ยังสามารถแสดงค่า “การมีส่วนร่วมที่เฉพาะเจาะจง” ได้ด้วย เช่น หน้าเว็บต่อเซสชัน (pages per session) และระยะเวลาเซสชัน (session duration) ตามความสนใจ และแนวโน้ม (Trend) เมื่อ Panasonic สามารถเข้าใจผู้ใช้ที่มี Engage มากที่สุดแล้ว ก็จะสามารถโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกันได้สำเร็จมากขึ้น สุดท้าย สามารถตรวจสอบคำที่ลูกค้าอาจค้นหาและใช้การผสานรวมโฆษณาใน Analytics 360 เพื่อช่วยให้ลูกค้าค้นหาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องมากที่สุด

ชนะใจลูกค้าใหม่

แคมเปญที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางของ Panasonic ก็ได้ประสบความสำเร็จ และมีผลตอบแทนจากค่าโฆษณา (ROAS) เพิ่มขึ้น 30% และสำหรับบางแคมเปญ อัตราการคลิกผ่าน (CTR) เพิ่มขึ้นสูงสุด 300% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในขณะเดียวกัน อัตราตีกลับบนเว็บไซต์ (Bounce Rate) ลดลง 50%

เทคนิคทั้งหมดที่เล่ามานี้ทำให้ Panasonic สามารถนำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าต้องการในอนาคตเช่นกัน และด้วยรายละเอียดเกี่ยวกับประสิทธิภาพแคมเปญที่ถูกรวมทั้งหมดไว้ในที่เดียว บริษัทสามารถเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญได้ดีขึ้นในเวลาที่สั้นลง

สุดท้าย ด้วยการใช้งานแบบ Single Interface ทำให้ Panasonic สามารถจัดสรรงบประมาณสำหรับการโฆษณาที่มีประสิทธิภาพต่ำและประสิทธิภาพสูงได้อย่างรวดเร็ว การทำ Segmentation ช่วยให้บริษัทประหยัดค่าโฆษณาได้ 30% ซึ่งขณะนี้สามารถใช้เงินกับแคมเปญอื่นๆ เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น

หลังจากที่ได้อ่านกันจนจบแล้ว เราหวังว่าเพื่อนๆจะสามารถนำสิ่งที่เราเล่าไปปรับใช้กับธุรกิจของตัวเองได้นะคะ และหากใครสนใจอยากติดตั้งหรือสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Google Analytics 4 สามารถติดต่อ Predictive เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย หรือรับคำปรึกษาเบื้องต้นฟรี ได้เลย

Reference

Consent Banner

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.