Kantarat

Engagement GA4

Engagement ตัวช่วยใหม่ใน GA4 ให้คนทำ SEO ปั้นเว็บไซต์ไปถูกทาง

เมื่อ Google Universal Analytic แบบเดิมที่เราเคยใช้กำลังจะปรับเปลี่ยนไปสู่ Google Analytic 4 (GA4) โดยสมบูรณ์ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2023 หากว่าเราได้ติดตั้ง GA4 เรียบร้อยในตอนนี้แล้วอาจจะพอคุ้นตากับ Metrics ใหม่ๆที่เพิ่มขึ้นมาใน Report หนึ่ง Metrics สำคัญที่คนทำ SEO ต้องให้ความสนใจคือ Engagement ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดเพื่อบอกว่าเว็บไซต์ของเรามีประสิทธิภาพเพียงพอแล้วหรือยัง และควรปรับการทำ SEO อย่างไรเพื่อเพิ่ม Engament Rate ให้กับเว็บไซต์ Engagement คืออะไรใน GA4  Engagement ใน GA4 หมายถึง การกระทำใดๆ ก็ตามของผู้ใช้ที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ของเรา ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนอ่านเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์ การกดอ่านรายละเอียดของสินค้า การกดเล่นคลิปวิดีโอ และแม้ว่าจะไม่มีการคลิกอะไรเลย แต่ การใช้เวลาอยู่บนหน้าเว็บไซต์เป็นอยู่ช่วงขณะหนึ่ง ก็นับเป็น Engagement เช่นกัน Engagement จึงเป็นสิ่งที่ช่วยบอกว่าเนื้อหาบนเว็บไซต์ของเรานั้นมีประโยชน์และน่าสนใจเพียงพอที่จะทำให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมกับเว็บไซต์หรือไม่ Engagement มีอะไรให้วิเคราะห์บ้าง เพราะ …

Engagement ตัวช่วยใหม่ใน GA4 ให้คนทำ SEO ปั้นเว็บไซต์ไปถูกทาง Read More »

Bounce rate vs Engagement rate มีอะไรเปลี่ยนไปใน GA4

Bounce rate vs Engagement rate มีอะไรเปลี่ยนไปใน GA4

แน่นอนว่า การมีส่วนร่วมของผู้คน (Engagement) คือ ตัวชี้วัดสำคัญที่บอกว่าเว็บไซต์ของเรามีประสิทธิภาพเพียงพอดีแล้วหรือไม่ จากการประเมินพฤติกรรมการใช้งานว่าสามารถจับความสนใจผู้คนให้โฟกัสอยู่ที่เนื้อหาบนเพจได้นานมากน้อยเพียงใดเดิมที Google ใช้ Bounce Rate ในการช่วยคนทำ SEO วิเคราะห์และประเมินประสิทธิภาพเว็บไซต์ เพราะบอกถึง อัตราของผู้ใช้ที่คลิกเข้ามาในหน้าเว็บไซต์เพียงหน้าเดียวและกดปิดโดยไม่มีส่วนร่วมใดๆ หรือคลิกลิงก์ไปหน้าอื่นๆ ต่อ โดยเฉพาะเมื่อเราต้องการให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมกับเนื้อหาต่างๆบนเว็บไซต์เพื่อให้เกิด Conversion แต่เมื่อ Google Analytics หรือ Universal Analytics รูปแบบเดิมกำลังจะปรับเปลี่ยนไปสู่ Google Analytics 4 ค่า Metric เดิมอย่าง Bounce Rate ที่คนทำ SEO ต้องใช้วิเคราห์ประสิทธิภาพเว็บไซต์กันอยู่ประจำกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ทำไม Bounce rate ถึงเปลี่ยนไปและมี Engagement rate เพิ่มมา แม้ว่า Bounce Rate จะเคยช่วยสะท้อนถึงคุณภาพของเว็บไซต์ และเป็นอัตราที่อธิบายว่าทำไมเว็บไซต์ของเราถึงไม่เกิด Conversion เท่าที่คาดหวังไว้ และเปิดโอกาสให้เรามองหาจุดปรับปรุงเพื่อให้ผู้ใช้อยู่บนเว็บนานขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม แต่กระนั้น Google ก็มองว่าพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ของผู้คนเปลี่ยนไป …

Bounce rate vs Engagement rate มีอะไรเปลี่ยนไปใน GA4 Read More »

Bounce Rate

เนื้อหาเว็บไซต์น่าสนใจพอหรือยัง ดูได้จากBounce Rate (EP.1)

นักการตลาดดิจิตอล จะรู้ได้อย่างไรว่าเว็บไซต์พัฒนาเนื้อหามาได้ถูกทางหรือมีคนสนใจในโปรดักส์ของเรามากน้อยเพียงใด Bounce Rate เป็นหนึ่งตัวชี้วัดบน GA4 ที่คนทำเว็บไซต์ควรให้ความสำคัญ เพราะตัวเลขเหล่านี้กำลังบอกว่าผู้คนสนใจกับเนื้อหาบนหน้าเว็บของเรามากน้อยแค่ไหน และมีวิธีอะไรบ้างที่จะช่วยทำให้ค่า Bouce Rate ของเว็บอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ Bounce Rate คืออะไร Bounce Rate คือ อัตราของผู้ใช้ที่คลิกเข้ามาในหน้าเว็บไซต์เพียงหน้าเดียวและกดปิดโดยไม่มีส่วนร่วมใดๆ หรือคลิกลิงก์ไปหน้าอื่นๆ ต่ออีกส่งผลให้มีค่า Session Duration เท่ากับ 0 วินาทีBounce Rate จึงนับเป็นหนึ่งตัววัดคุณภาพเว็บไซต์ของเราว่าตอบโจทย์ต่อผู้ใช้งานมากน้อยเพียงใด มีเนื้อหาน่าสนใจแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อเราต้องการให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมกับเนื้อหาต่างๆบนเว็บไซต์ Bounce Rate สำคัญอย่างไร  สิ่งที่บ่งบอกว่าเว็บไซต์ของเราดีแล้วหรือยังดูได้จากค่าอัตรา Bounce Rate ตัวเลขนี้สำคัญมากกับนักการตลาดที่คลุกคลีอยู่กับ Digital Marketing และ ต้องทำการตลาดบนเว็บไซต์ หากเคยมีความสงสัยว่าทำไมหน้าเว็บไซต์ของเรานั้นถึงไม่มีผู้ใช้สมัครใจกรอกฟอร์ม คลิกลิงก์ หรือกดซื้ออะไรเลย การทำความเข้าใจกับตัวเลข Bounce Rate ที่เกิดขึ้นย่อมทำให้เราพัฒนา Page Experience ได้อย่างถูกจุดและประหยัดเวลา Bounce Rate จึงมีความสำคัญมากเพราะสะท้อนถึงคุณภาพของเว็บไซต์เป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเนื้อหาที่ตอบโจทย์ …

เนื้อหาเว็บไซต์น่าสนใจพอหรือยัง ดูได้จากBounce Rate (EP.1) Read More »

7 สิ่งที่ไม่ควรทำถ้าไม่อยากให้เว็บไซต์ตกอันดับ

มีสาเหตุมากมายที่ทำให้ เว็บไซต์ตกอันดับ ซึ่งชาว SEO ที่คลุกคลีอยู่กับเว็บไซต์ย่อมรู้กันดีว่าการทำ SEO นั้นไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวทั้งยังต้องอาศัยประสบการณ์ การลองผิดลองถูก และเรียนรู้จากความผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง เราจึงรวมบทเรียนสิ่งไม่ควรทำถ้าไม่อยากเห็นอันดับเว็บไซต์ร่วงตุ้บ เพื่อช่วยทุกคนประหยัดเวลาและเลี่ยงข้อผิดพลาดเสียแต่เนิ่นๆ  1.Auto-generated Content การผลิตคอนเทนต์ที่ Auto-generated หมายถึงการใช้โปรแกรมต่างๆเขียนคอนเทนต์หรือเนื้อหาใดๆขึ้นมา เพียงเพื่อปั่นอันดับการค้นหาโดยไม่เอื้อประโยชน์ใดๆต่อผู้ใช้ ซึ่งเมื่อพบเจอGoogle จะจัดการผลักเว็บไซต์ให้ตกอันดับ คอนเทนต์รูปแบบนี้อาจมีลักษณะต่อไปนี้ มีแต่คีย์เวิร์ดแต่อ่านเนื้อความไม่รู้เรื่อง จับใจความไม่ได้ อ่านเนื้อหาแล้วไม่รู้ว่ากำลังสื่ออะไร คอนเทนต์ที่แปลภาษามาโดยโปรแกรมต่างๆ แต่ไม่ได้ผ่านการตรวจทานและปรับแต่งให้เป็นภาษาคนโดยคนจริงๆ  คอนเทนต์ที่สร้างโดยกระบวนการอัตโนมัติ เช่นใช้โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์เขียนเนื้อหาเดิมๆ ซ้ำๆ แทนคน หรือ ใช้วิธีลูกโซ่มาร์คอฟ (Markov chains)  คอนเทนต์ที่เอาเนื้อหาจากบทความบนเว็บไซต์อื่นๆ มาตัดแปะเข้าด้วยกันเฉยๆ โดยไม่ได้เพิ่มสาระใหม่ๆ เข้าไป 2.Sneaky redirects การ redirect ผู้ใช้ไป URL อื่นแทนที่จะเป็นหน้าเว็บไซต์ที่ตั้งใจกดเข้ามาแต่แรกนั้นสามารถทำได้ในกรณีที่มีการเปลี่ยนที่อยู่ของหน้าเว็บไซต์นั้นๆ หรือการยุบรวมหลายๆ เพจเว็บมาไว้หน้าเดียวกัน แต่ Google ก็ไม่ค่อยปลื้มนักในกรณีที่คนทำ SEO จงใจ redirect ผู้ใช้ไปหน้าอื่นเพื่อแสดงผลคอนเทนต์ที่แตกต่างจากสิ่งที่ crawler หรือบอทของ …

7 สิ่งที่ไม่ควรทำถ้าไม่อยากให้เว็บไซต์ตกอันดับ Read More »

สิ่งที่ไม่ควรทำถ้าไม่อยากให้เว็บไซต์ตกอันดับ

ชาว SEO ที่คลุกคลีอยู่กับเว็บไซต์ย่อมรู้กันดีว่าการทำ SEO นั้นไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวทั้งยังต้องอาศัยประสบการณ์ การลองผิดลองถูก และเรียนรู้จากความผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง เราจึงรวมบทเรียนสิ่งไม่ควรทำถ้าไม่อยากเห็นอันดับเว็บไซต์ร่วงตุ้บ เพื่อช่วยทุกคนประหยัดเวลาและเลี่ยงข้อผิดพลาดเสียแต่เนิ่นๆ  1. Auto-generated Content การผลิตคอนเทนต์ที่ Auto-generated หมายถึงการใช้โปรแกรมต่างๆเขียนคอนเทนต์หรือเนื้อหาใดๆขึ้นมา เพียงเพื่อปั่นอันดับการค้นหาโดยไม่เอื้อประโยชน์ใดๆต่อผู้ใช้ ซึ่งเมื่อพบเจอGoogle จะจัดการผลักเว็บไซต์ให้ตกอันดับ คอนเทนต์รูปแบบนี้อาจมีลักษณะต่อไปนี้ มีแต่คีย์เวิร์ดแต่อ่านเนื้อความไม่รู้เรื่อง จับใจความไม่ได้ อ่านเนื้อหาแล้วไม่รู้ว่ากำลังสื่ออะไร คอนเทนต์ที่แปลภาษามาโดยโปรแกรมต่างๆ แต่ไม่ได้ผ่านการตรวจทานและปรับแต่งให้เป็นภาษาคนโดยคนจริงๆ  คอนเทนต์ที่สร้างโดยกระบวนการอัตโนมัติ เช่นใช้โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์เขียนเนื้อหาเดิมๆ ซ้ำๆ แทนคน หรือ ใช้วิธีลูกโซ่มาร์คอฟ (Markov chains)  คอนเทนต์ที่เอาเนื้อหาจากบทความบนเว็บไซต์อื่นๆ มาตัดแปะเข้าด้วยกันเฉยๆ โดยไม่ได้เพิ่มสาระใหม่ๆ เข้าไป 2. Sneaky Redirects การ redirect ผู้ใช้ไป URL อื่นแทนที่จะเป็นหน้าเว็บไซต์ที่ตั้งใจกดเข้ามาแต่แรกนั้นสามารถทำได้ในกรณีที่มีการเปลี่ยนที่อยู่ของหน้าเว็บไซต์นั้นๆ หรือการยุบรวมหลายๆ เพจเว็บมาไว้หน้าเดียวกัน แต่ Google ก็ไม่ค่อยปลื้มนักในกรณีที่คนทำ SEO จงใจ redirect ผู้ใช้ไปหน้าอื่นเพื่อแสดงผลคอนเทนต์ที่แตกต่างจากสิ่งที่ crawler หรือบอทของ …

สิ่งที่ไม่ควรทำถ้าไม่อยากให้เว็บไซต์ตกอันดับ Read More »

Spambrain  AI ตัวเก่งที่ Google ใช้สู้กับสแปมและคัดกรองเว็บไซต์คุณภาพ

Spambrain AI ตัวเก่งที่ Google ใช้สู้กับสแปมและคัดกรองเว็บไซต์คุณภาพ

ถ้าจะพูดถึงหนึ่งในวิธีที่ Google ใช้คัดกรองเนื้อหามหาศาลบนโลกออนไลน์ อาจจะต้องย้อนความไปถึงปี 2018 ที่ Spambrain ถูกปล่อยออกมาเป็นครั้งแรกเพื่อจัดการกับสแปมหลายรูปแบบที่คอยก่อกวนผู้ใช้งานหน้าค้นหา Search result ของ Google ไม่ว่าจะปุ่มกดหลอกๆ โฆษณาที่ท่วมจอ การredirectไปยังหน้าเว็บอื่นที่ไม่ปลอดภัย รวมถึง malwareร้าย ๆอีกสารพัด พูดง่ายๆ ก็คือกิจกรรมใดๆที่เจตนายัดเยียดสิ่งที่ผู้ใช้ไม่ต้องการจะถูก Spambrain คัดออกทั้งหมด ซึ่งนอกจากจะคอยคัดกรองสแปมทั้งหลายแล้ว เจ้า Spambrain นี้ยังคอยปัดตกคอนเทนต์ที่ไม่ได้คุณภาพออกจากสายตาผู้ใช้อีกด้วย แม้ว่าอัลกอริทึมนี้จะทำให้ผู้ใช้เป็นปลื้มกับการใช้งาน Google Search ต่อไป แต่ก็อาจส่งผลให้คนทำ SEO บนเว็บไซต์หวั่นใจเช่นกันว่าเว็บของเราจะโดน Spambrain ไม่ให้ไปต่อด้วยหรือเปล่า ดังนั้นแล้วเรามาทำความเข้าใจการทำงานของSpambrainกันดีกว่าและทำอย่างไรให้เนื้อหาของเราไม่โดนคัดออก Spambrain คืออะไร ต่างจากอัลกอริทึมอื่นๆอย่างไร  Spambrain คือ AIตัวเก่งของ Google ที่ทำงานตรวจจับสแปมบนพื้นที่กว้างของจักรวาลเว็บไซต์โดยเฉพาะ ซึ่งที่ผ่านมา Google ต้องใช้อัลกอริทึมหลายรูปแบบมาจัดอันดับเนื้อหาจำนวนมหาศาลบนเว็บไซต์ต่างๆ เช่น Google Penguin  ที่คอยตรวจตาการใส่ลิงก์เฉพาะภายในเว็บไซต์ และ Google Panda ที่ทำหน้าที่ฟิลเตอร์คอนเทนต์คุณภาพดีขึ้นมาหน้าแรกและดันคอนเทนต์คุณภาพแย่ไว้ไกลๆ …

Spambrain AI ตัวเก่งที่ Google ใช้สู้กับสแปมและคัดกรองเว็บไซต์คุณภาพ Read More »

เรื่องต้องรู้หลังgoogleมีcore updates

4 เรื่องที่คนทำเว็บไซต์ต้องโฟกัส หลัง Google ปล่อย Core Updates

แน่นอนว่าเมื่อ Google ปรับ Core Updates ใหม่อันดับเว็บไซต์ก็ย่อมปรับตาม แต่ก่อนจะตกใจว่าถ้า Google อัปเดต Search Algorithms ใหม่แบบนี้แล้วจะส่งผลอย่างไรต่ออันดับเว็บไซต์ เราต้องเข้าใจก่อนว่าอัปเดตที่ว่าคืออะไร และทั้งคนทำเว็บไซต์รวมถึงเจ้าของคอนเทนต์ควรรับมือกับการปรับปรุงใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอีก 1 – 2 สัปดาห์นี้อย่างไรกันบ้าง Google Search Algorithms คืออะไรแล้วทำไมต้องอัปเดต Google Search Algorithms คือวิธีการที่ Google Bots ใช้เพื่อ ค้นหา จัดอันดับและแสดงผลเนื้อหาที่ตอบโจทย์ผู้ใช้มากที่สุด ซึ่งในแต่ละปี Google มีการปรับปรุง Search Algorithm ไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้งเพื่อให้ผู้ใช้ค้นหาเจอคอนเทนต์ที่ตรงกับสิ่งที่ต้องการอ่านมากที่สุดอยู่เสมอ การปรับปรุงที่ว่านี้ Google จะเรียกว่า “Core Updates” โดยทำหน้าที่ประเมินภาพรวมของคอนเทนต์ทั้งหมดที่มีในระบบของทุกเว็บไซต์ เป็นเหมือนการจัดอันดับคอนเทนต์ใหม่ในทุกปี ซึ่งหากเรามีคอนเทนต์ที่ได้คุณภาพตาม Webmaster Guidelines ของ Google อยู่แล้วก็คงไม่ต้องกังวลมากนัก นอกจากเว็บไซต์จะมีอันดับที่ต่ำลงกว่าเดิม ถ้าคอนเทนต์ของเรายังมีความสามารถในการแข่งขันต่ำกว่าของเจ้าอื่นอยู่ ถ้าหากยังนึกภาพไม่ออกล่ะก็ ให้ลองมองเหมือนการจัดอันดับหนังโดนใจแห่งปี แน่นอนว่าเมื่อเข้าสู่ปีใหม่ๆลิสต์หนังในดวงใจของเราก็ย่อมมีอันดับที่เปลี่ยนไปตามความชอบของเรา …

4 เรื่องที่คนทำเว็บไซต์ต้องโฟกัส หลัง Google ปล่อย Core Updates Read More »

Google analytics 4 ที่ต้องรู้ (Part 1/4 ): สอนวิเคราะห์ Report “New VS. Returning Users” ว่าเราควรทำ CRM แล้วหรือยัง?

สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มใช้ หรือกำลังสนใจจะติดตั้ง Google Analytics 4 (GA4) อาจยังสงสัยว่า Report ที่มีหลายส่วนนั้น ส่วนไหนจะเป็นประโยชน์กับธุรกิจของตัวเองบ้าง ที่จริงแล้ว Report ทุกส่วนนั้นมีประโยชน์กับธุรกิจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าเราจะอยู่ในอุตสาหกรรมไหนก็ตาม New vs. Returning Users คืออะไร ? New users คือ ผู้ใช้ที่ไม่เคยเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณมาก่อน  returning users คือ ผู้ใช้ที่เคยเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซด์ของคุณมาก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อมีผู้ใช้เข้ามาที่หน้าเว็บไซต์ของคุณ Google จะมีการตรวจสอบ Cookie บนอุปกรณ์ของผู้ใช้คนนั้น  ถ้าไม่พบ Cookie บนอุปกรณ์นั้นเลย Google จะนับว่าผู้ใช้นั้นคือ “New Users” ถ้ามี Cookie อยู่แล้ว Google จะนับว่าผู้ใช้นั้นคือ “Returning Users” GA4 กับ CRM เกี่ยวกันยังไง ? CRM หรือ Customer …

Google analytics 4 ที่ต้องรู้ (Part 1/4 ): สอนวิเคราะห์ Report “New VS. Returning Users” ว่าเราควรทำ CRM แล้วหรือยัง? Read More »

รู้จัก Big Data แล้ว แต่สงสัยว่าจะนำมาใช้กับธุรกิจของตัวเองได้ไหม หรือ ธุรกิจอะไรบ้างที่สามารถนำ Big data ไปใช้ได้

หลังจากที่ได้อ่านคอนเทนต์ Big data คืออะไร และ มีประโยชน์อย่างไรในชีวิตประจำวัน ไปแล้ว แต่หลายๆคนอาจจะยังสงสัยว่าจะสามารถนำมาใช้กับธุรกิจของตัวเองได้ไหม หรือธุรกิจรูปแบบไหนบ้างที่สามารถนำ Big Data มาใช้ได้ คอนเทนต์นี้จะมาเล่าถึงการนำ Big Data ไปใช้ในแต่ละอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นของรัฐบาลหรือเอกชน พร้อมกับยกตัวอย่างธุรกิจต่างๆที่เราเจอในชีวิตประจำวันจากอุตสาหกรรมต่างๆที่นำ Big Data ไปใช้ ด้านอุตสาหกรรมดนตรี การแสดง และภาพยนต์ (Music, Shows, and Movies)  เป็นหนึ่งในการนำ big data มาใช้ที่ส่งผลต่อชีวิตเรามากที่สุด คือผ่านความบันเทิงและสื่อต่างๆที่เราใช้ ซึ่งรวมถึงการสตรีมเพลง หรือภาพยนต์ ตามแพลตฟอร์มต่างๆ การสตรีมได้ปฏิวัติวงการเพลงและภาพยนต์ เนื่องจากคนส่วนใหญ่หันมาใช้บริการสตรีมเพลงไม่น้อยเลยทีเดียว บริษัทต่างๆ เช่น Spotify และ Apple Music มักใช้ Big data เพื่อติดตามเพลงที่คุณเลือก และปรับการแสดงข้อมูลเพื่อให้แสดงผลได้เหมาะสมกับความชื่นชอบของคุณเองมากที่สุด  หรืออย่างในวงการสตรีมภาพยนต์ เช่น Netflix ที่เห็นได้ชัดเจนจากการที่แยกผู้ชมออกเป็นคนๆ ใน 1 …

รู้จัก Big Data แล้ว แต่สงสัยว่าจะนำมาใช้กับธุรกิจของตัวเองได้ไหม หรือ ธุรกิจอะไรบ้างที่สามารถนำ Big data ไปใช้ได้ Read More »

คอนเทนต์ไม่ปัง ที่จริงเพราะ SEO นี่เอง

ถ้าคุณกำลังเริ่มทำธุรกิจที่ต้องมีหน้าเว็บไซต์เป็นของตัวเอง สิ่งที่ต้องรู้เมื่อจะเริ่มทำเว็บไซต์ ที่สำคัญอันดับต้นๆเลยคือการทำ SEO ซึ่งจะช่วยทำให้เว็บไซต์ธรรมดาๆของคุณกลายเป็นเว็บไซต์ติดอันดับชั้นนำที่ใครๆต่างก็เข้ามาค้นหา เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อพูดถึงการทำคอนเทนต์ คงไม่พูดถึง SEO ไม่ได้ เพราะคอนเทนต์บนหน้าเว็บไซต์เป็นหนึ่งหัวใจสำคัญที่ดึงดูดผู้คนเข้าเยี่ยมชม แต่คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมเว็บไซต์ของคุณมีการทำ SEO ก็แล้ว ลงคอนเทนต์บ่อยๆก็แล้ว ใส่คีย์เวิร์ดเยอะๆก็แล้วแต่ทำไมยอด Traffic ถึงยังไม่ปังเสียที หรือจริงๆแล้วคุณกำลังทำ SEO อย่างผิดวิธีอยู่นะ ลองมาดูต้นเหตุกันดีกว่าว่ามีความเชื่อผิดๆของการทำ SEO อะไรบ้างที่ทำให้ยอดเข้าชมเว็บไซต์ยังไม่ถึงเป้าที่คุณตั้งใจไว้เสียที  5 เหตุผลง่ายๆที่ทำ SEO เท่าไหร่ก็ไม่ได้ผลตามที่ตั้งเป้าไว้ ขอแค่มีคีย์เวิร์ดติดอันดับหน้าแรกก็พอแล้ว การตั้งเป้าเว็บไซต์ให้มีคีย์เวิร์ดติดอันดับหน้าแรกของGoogleนั้นอาจยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่าเว็บไซต์ของคุณประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะเมื่อเราต้องการให้ผู้คนสนใจกับโปรดักส์ที่เรามี หรือเพื่อเพิ่มยอดTrafficที่สม่ำเสมออย่างยั่งยืน การตะบี้ตะบันใส่คีย์เวิร์ดเพื่อให้ติดอันดับหน้าแรกไม่ได้ส่งผลดีระยะยาวแต่อย่างใด หากผู้ใช้ไม่ได้รับสิ่งที่ต้องการจริงๆ นานวันเข้าอันดับเหล่านี้ก็ไม่มีความหมาย จริงอยู่ว่าการมีคีย์เวิร์ดสำคัญจะช่วยให้เว็บไซต์ของเราค้นหาเจอได้ง่ายขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการผลิตคอนเทนต์ที่มีเนื้อหาคุณภาพ นำเสนอในสิ่งที่ผู้ใช้อยากรู้ ควบคู่ไปกับประสบการณ์ที่ดีของการใช้งานเว็บไซต์ก็เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ และย่อมสร้างความประทับใจให้ผู้ใช้ติดตามและจดจำตัวตนของเราได้นานเช่นกัน มีคอนเทนต์ซ้ำๆกันก็ไม่เห็นเป็นไร การมีคอนเทนต์ซ้ำกันคือการที่เราจงใจหรือตั้งใจให้เนื้อหาเดียวกันไปปรากฏอยู่ในหลายๆหน้าบนเว็บไซต์เพื่อให้มียอดTrafficเข้ามาเยอะๆหรือติดอันดับสูงขึ้น จริงอยู่ว่าการมีเนื้อหาคอนเทนต์คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์นั้นสามารถเกิดขึ้นได้โดยที่เราไม่เจตนา และถึงแม้Googleจะไม่ได้มีบทลงโทษที่ชัดเจน แต่การผลิตคอนเทนต์ที่มีเนื้อหาซ้ำๆกันเป็นจำนวนหลายคอนเทนต์นั้นส่งผลต่อประสิทธิภาพของเว็บไซต์โดยตรง เพราะไม่เพียงจะทำให้ผู้ใช้ต้องทนกับเนื้อหาเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา Googleเองก็ต้องรับมือด้วยการกรองคอนเทนต์เหล่านี้และทำให้อันดับของเว็บไซต์ตกลงต่ำกว่าเดิม แม้กระทั่งทำให้หายไปจากหน้าค้นหาของGoogleเลยทีเดียว ยิ่งใส่ลิงก์เยอะยิ่งดี การใส่ลิงก์อย่างมีประสิทธิภาพลงในหน้าเนื้อหาคอนเทนต์นั้นเป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์  ลิงก์ที่มีความเชื่อมโยงกับเนื้อหาทำให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมโยงบริบท สาระสำคัญต่างๆเข้าด้วยกันเพื่อทำความเข้าใจกับสิ่งที่อ่านได้ง่ายขึ้นหรือได้รับคำตอบที่ต้องการ สมัครใจคลิกไปยังหน้าคอนเทนต์อื่นๆตามที่สนใจ และเพิ่มยอดTrafficให้กับเว็บไซต์ได้อย่างครบองค์รวม แต่ทว่าการใส่ลิงก์เยอะจนเกินพอดีกับตัวเนื้อหาคอนเทนต์นั้นส่งผลร้ายมากกว่าผลดี …

คอนเทนต์ไม่ปัง ที่จริงเพราะ SEO นี่เอง Read More »

Consent Banner

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.