SEO

Bounce Rate

เนื้อหาเว็บไซต์น่าสนใจพอหรือยัง ดูได้จากBounce Rate (EP.1)

นักการตลาดดิจิตอล จะรู้ได้อย่างไรว่าเว็บไซต์พัฒนาเนื้อหามาได้ถูกทางหรือมีคนสนใจในโปรดักส์ของเรามากน้อยเพียงใด Bounce Rate เป็นหนึ่งตัวชี้วัดบน GA4 ที่คนทำเว็บไซต์ควรให้ความสำคัญ เพราะตัวเลขเหล่านี้กำลังบอกว่าผู้คนสนใจกับเนื้อหาบนหน้าเว็บของเรามากน้อยแค่ไหน และมีวิธีอะไรบ้างที่จะช่วยทำให้ค่า Bouce Rate ของเว็บอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ Bounce Rate คืออะไร Bounce Rate คือ อัตราของผู้ใช้ที่คลิกเข้ามาในหน้าเว็บไซต์เพียงหน้าเดียวและกดปิดโดยไม่มีส่วนร่วมใดๆ หรือคลิกลิงก์ไปหน้าอื่นๆ ต่ออีกส่งผลให้มีค่า Session Duration เท่ากับ 0 วินาทีBounce Rate จึงนับเป็นหนึ่งตัววัดคุณภาพเว็บไซต์ของเราว่าตอบโจทย์ต่อผู้ใช้งานมากน้อยเพียงใด มีเนื้อหาน่าสนใจแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อเราต้องการให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมกับเนื้อหาต่างๆบนเว็บไซต์ Bounce Rate สำคัญอย่างไร  สิ่งที่บ่งบอกว่าเว็บไซต์ของเราดีแล้วหรือยังดูได้จากค่าอัตรา Bounce Rate ตัวเลขนี้สำคัญมากกับนักการตลาดที่คลุกคลีอยู่กับ Digital Marketing และ ต้องทำการตลาดบนเว็บไซต์ หากเคยมีความสงสัยว่าทำไมหน้าเว็บไซต์ของเรานั้นถึงไม่มีผู้ใช้สมัครใจกรอกฟอร์ม คลิกลิงก์ หรือกดซื้ออะไรเลย การทำความเข้าใจกับตัวเลข Bounce Rate ที่เกิดขึ้นย่อมทำให้เราพัฒนา Page Experience ได้อย่างถูกจุดและประหยัดเวลา Bounce Rate จึงมีความสำคัญมากเพราะสะท้อนถึงคุณภาพของเว็บไซต์เป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเนื้อหาที่ตอบโจทย์ …

เนื้อหาเว็บไซต์น่าสนใจพอหรือยัง ดูได้จากBounce Rate (EP.1) Read More »

7 สิ่งที่ไม่ควรทำถ้าไม่อยากให้เว็บไซต์ตกอันดับ

มีสาเหตุมากมายที่ทำให้ เว็บไซต์ตกอันดับ ซึ่งชาว SEO ที่คลุกคลีอยู่กับเว็บไซต์ย่อมรู้กันดีว่าการทำ SEO นั้นไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวทั้งยังต้องอาศัยประสบการณ์ การลองผิดลองถูก และเรียนรู้จากความผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง เราจึงรวมบทเรียนสิ่งไม่ควรทำถ้าไม่อยากเห็นอันดับเว็บไซต์ร่วงตุ้บ เพื่อช่วยทุกคนประหยัดเวลาและเลี่ยงข้อผิดพลาดเสียแต่เนิ่นๆ  1.Auto-generated Content การผลิตคอนเทนต์ที่ Auto-generated หมายถึงการใช้โปรแกรมต่างๆเขียนคอนเทนต์หรือเนื้อหาใดๆขึ้นมา เพียงเพื่อปั่นอันดับการค้นหาโดยไม่เอื้อประโยชน์ใดๆต่อผู้ใช้ ซึ่งเมื่อพบเจอGoogle จะจัดการผลักเว็บไซต์ให้ตกอันดับ คอนเทนต์รูปแบบนี้อาจมีลักษณะต่อไปนี้ มีแต่คีย์เวิร์ดแต่อ่านเนื้อความไม่รู้เรื่อง จับใจความไม่ได้ อ่านเนื้อหาแล้วไม่รู้ว่ากำลังสื่ออะไร คอนเทนต์ที่แปลภาษามาโดยโปรแกรมต่างๆ แต่ไม่ได้ผ่านการตรวจทานและปรับแต่งให้เป็นภาษาคนโดยคนจริงๆ  คอนเทนต์ที่สร้างโดยกระบวนการอัตโนมัติ เช่นใช้โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์เขียนเนื้อหาเดิมๆ ซ้ำๆ แทนคน หรือ ใช้วิธีลูกโซ่มาร์คอฟ (Markov chains)  คอนเทนต์ที่เอาเนื้อหาจากบทความบนเว็บไซต์อื่นๆ มาตัดแปะเข้าด้วยกันเฉยๆ โดยไม่ได้เพิ่มสาระใหม่ๆ เข้าไป 2.Sneaky redirects การ redirect ผู้ใช้ไป URL อื่นแทนที่จะเป็นหน้าเว็บไซต์ที่ตั้งใจกดเข้ามาแต่แรกนั้นสามารถทำได้ในกรณีที่มีการเปลี่ยนที่อยู่ของหน้าเว็บไซต์นั้นๆ หรือการยุบรวมหลายๆ เพจเว็บมาไว้หน้าเดียวกัน แต่ Google ก็ไม่ค่อยปลื้มนักในกรณีที่คนทำ SEO จงใจ redirect ผู้ใช้ไปหน้าอื่นเพื่อแสดงผลคอนเทนต์ที่แตกต่างจากสิ่งที่ crawler หรือบอทของ …

7 สิ่งที่ไม่ควรทำถ้าไม่อยากให้เว็บไซต์ตกอันดับ Read More »

สิ่งที่ไม่ควรทำถ้าไม่อยากให้เว็บไซต์ตกอันดับ

ชาว SEO ที่คลุกคลีอยู่กับเว็บไซต์ย่อมรู้กันดีว่าการทำ SEO นั้นไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวทั้งยังต้องอาศัยประสบการณ์ การลองผิดลองถูก และเรียนรู้จากความผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง เราจึงรวมบทเรียนสิ่งไม่ควรทำถ้าไม่อยากเห็นอันดับเว็บไซต์ร่วงตุ้บ เพื่อช่วยทุกคนประหยัดเวลาและเลี่ยงข้อผิดพลาดเสียแต่เนิ่นๆ  1. Auto-generated Content การผลิตคอนเทนต์ที่ Auto-generated หมายถึงการใช้โปรแกรมต่างๆเขียนคอนเทนต์หรือเนื้อหาใดๆขึ้นมา เพียงเพื่อปั่นอันดับการค้นหาโดยไม่เอื้อประโยชน์ใดๆต่อผู้ใช้ ซึ่งเมื่อพบเจอGoogle จะจัดการผลักเว็บไซต์ให้ตกอันดับ คอนเทนต์รูปแบบนี้อาจมีลักษณะต่อไปนี้ มีแต่คีย์เวิร์ดแต่อ่านเนื้อความไม่รู้เรื่อง จับใจความไม่ได้ อ่านเนื้อหาแล้วไม่รู้ว่ากำลังสื่ออะไร คอนเทนต์ที่แปลภาษามาโดยโปรแกรมต่างๆ แต่ไม่ได้ผ่านการตรวจทานและปรับแต่งให้เป็นภาษาคนโดยคนจริงๆ  คอนเทนต์ที่สร้างโดยกระบวนการอัตโนมัติ เช่นใช้โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์เขียนเนื้อหาเดิมๆ ซ้ำๆ แทนคน หรือ ใช้วิธีลูกโซ่มาร์คอฟ (Markov chains)  คอนเทนต์ที่เอาเนื้อหาจากบทความบนเว็บไซต์อื่นๆ มาตัดแปะเข้าด้วยกันเฉยๆ โดยไม่ได้เพิ่มสาระใหม่ๆ เข้าไป 2. Sneaky Redirects การ redirect ผู้ใช้ไป URL อื่นแทนที่จะเป็นหน้าเว็บไซต์ที่ตั้งใจกดเข้ามาแต่แรกนั้นสามารถทำได้ในกรณีที่มีการเปลี่ยนที่อยู่ของหน้าเว็บไซต์นั้นๆ หรือการยุบรวมหลายๆ เพจเว็บมาไว้หน้าเดียวกัน แต่ Google ก็ไม่ค่อยปลื้มนักในกรณีที่คนทำ SEO จงใจ redirect ผู้ใช้ไปหน้าอื่นเพื่อแสดงผลคอนเทนต์ที่แตกต่างจากสิ่งที่ crawler หรือบอทของ …

สิ่งที่ไม่ควรทำถ้าไม่อยากให้เว็บไซต์ตกอันดับ Read More »

Spambrain  AI ตัวเก่งที่ Google ใช้สู้กับสแปมและคัดกรองเว็บไซต์คุณภาพ

Spambrain AI ตัวเก่งที่ Google ใช้สู้กับสแปมและคัดกรองเว็บไซต์คุณภาพ

ถ้าจะพูดถึงหนึ่งในวิธีที่ Google ใช้คัดกรองเนื้อหามหาศาลบนโลกออนไลน์ อาจจะต้องย้อนความไปถึงปี 2018 ที่ Spambrain ถูกปล่อยออกมาเป็นครั้งแรกเพื่อจัดการกับสแปมหลายรูปแบบที่คอยก่อกวนผู้ใช้งานหน้าค้นหา Search result ของ Google ไม่ว่าจะปุ่มกดหลอกๆ โฆษณาที่ท่วมจอ การredirectไปยังหน้าเว็บอื่นที่ไม่ปลอดภัย รวมถึง malwareร้าย ๆอีกสารพัด พูดง่ายๆ ก็คือกิจกรรมใดๆที่เจตนายัดเยียดสิ่งที่ผู้ใช้ไม่ต้องการจะถูก Spambrain คัดออกทั้งหมด ซึ่งนอกจากจะคอยคัดกรองสแปมทั้งหลายแล้ว เจ้า Spambrain นี้ยังคอยปัดตกคอนเทนต์ที่ไม่ได้คุณภาพออกจากสายตาผู้ใช้อีกด้วย แม้ว่าอัลกอริทึมนี้จะทำให้ผู้ใช้เป็นปลื้มกับการใช้งาน Google Search ต่อไป แต่ก็อาจส่งผลให้คนทำ SEO บนเว็บไซต์หวั่นใจเช่นกันว่าเว็บของเราจะโดน Spambrain ไม่ให้ไปต่อด้วยหรือเปล่า ดังนั้นแล้วเรามาทำความเข้าใจการทำงานของSpambrainกันดีกว่าและทำอย่างไรให้เนื้อหาของเราไม่โดนคัดออก Spambrain คืออะไร ต่างจากอัลกอริทึมอื่นๆอย่างไร  Spambrain คือ AIตัวเก่งของ Google ที่ทำงานตรวจจับสแปมบนพื้นที่กว้างของจักรวาลเว็บไซต์โดยเฉพาะ ซึ่งที่ผ่านมา Google ต้องใช้อัลกอริทึมหลายรูปแบบมาจัดอันดับเนื้อหาจำนวนมหาศาลบนเว็บไซต์ต่างๆ เช่น Google Penguin  ที่คอยตรวจตาการใส่ลิงก์เฉพาะภายในเว็บไซต์ และ Google Panda ที่ทำหน้าที่ฟิลเตอร์คอนเทนต์คุณภาพดีขึ้นมาหน้าแรกและดันคอนเทนต์คุณภาพแย่ไว้ไกลๆ …

Spambrain AI ตัวเก่งที่ Google ใช้สู้กับสแปมและคัดกรองเว็บไซต์คุณภาพ Read More »

วิเคราะห์ Keyword

ตัวช่วยวิเคราะห์ Keyword จับจุดอ่อนชี้จุดแข็งด้วย Search Console Bubble Chart

แน่นอนว่าในการทำReportแต่ละครั้ง คนทำSEOบนเว็บไซต์หลายคนย่อมต้องเคยรู้สึกหัวหมุนตาลายไปกับข้อมูลหลังบ้านมากมายที่ต้องวิเคราะห์อย่างKeyword ซึ่งหากเราใช้ Google Search  Console อยู่แล้ว การทำ Report ให้เห็นความเชื่อมโยงของข้อมูลเหล่านี้จะกลายเป็นเรื่องง่ายดายขึ้นทันทีโดยการใช้  Search Console สร้าง Bubble Chart ใน Data Studio ทั้งช่วยเบาแรงและพร้อมให้เรานำข้อมูลไปต่อยอดเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพเว็บไซต์ได้ทันที Bubble Chart คืออะไร Bubble Chart (แผนภูมิฟองสบู่) เป็นแผนภูมิรูปแบบหนึ่งที่ช่วยให้เราเห็นภาพรวมของข้อมูลที่มีอยู่เพื่อนำไปวิเคราะห์ต่อยอดได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเรามีกลุ่มตัวเลข (Metrics) และ หมวดหมู่ (Dimensions) ที่มากมายหลากหลาย การทำ Bubble Chart จะช่วยให้เราเข้าใจถึงความเชื่อมโยงและรูปแบบของข้อมูลได้อย่างเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เช่นในกรณีนี้ที่เราต้องการวิเคราะห์ว่ามี คำค้นหา (Search Query) อะไรบ้างที่ดึงดูดผู้ใช้เข้ามาเว็บไซต์ของเรา หรือคีย์เวิร์ดอะไรที่เราควรปรับปรุง ไม่ต้องเสียเวลาสร้างแผนภูมิเอง ลองใช้ Template จาก Google ได้เลยที่นี่  Search Console Bubble Chart Data Studio ทำไมต้องใช้ …

ตัวช่วยวิเคราะห์ Keyword จับจุดอ่อนชี้จุดแข็งด้วย Search Console Bubble Chart Read More »

เรื่องต้องรู้หลังgoogleมีcore updates

4 เรื่องที่คนทำเว็บไซต์ต้องโฟกัส หลัง Google ปล่อย Core Updates

แน่นอนว่าเมื่อ Google ปรับ Core Updates ใหม่อันดับเว็บไซต์ก็ย่อมปรับตาม แต่ก่อนจะตกใจว่าถ้า Google อัปเดต Search Algorithms ใหม่แบบนี้แล้วจะส่งผลอย่างไรต่ออันดับเว็บไซต์ เราต้องเข้าใจก่อนว่าอัปเดตที่ว่าคืออะไร และทั้งคนทำเว็บไซต์รวมถึงเจ้าของคอนเทนต์ควรรับมือกับการปรับปรุงใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอีก 1 – 2 สัปดาห์นี้อย่างไรกันบ้าง Google Search Algorithms คืออะไรแล้วทำไมต้องอัปเดต Google Search Algorithms คือวิธีการที่ Google Bots ใช้เพื่อ ค้นหา จัดอันดับและแสดงผลเนื้อหาที่ตอบโจทย์ผู้ใช้มากที่สุด ซึ่งในแต่ละปี Google มีการปรับปรุง Search Algorithm ไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้งเพื่อให้ผู้ใช้ค้นหาเจอคอนเทนต์ที่ตรงกับสิ่งที่ต้องการอ่านมากที่สุดอยู่เสมอ การปรับปรุงที่ว่านี้ Google จะเรียกว่า “Core Updates” โดยทำหน้าที่ประเมินภาพรวมของคอนเทนต์ทั้งหมดที่มีในระบบของทุกเว็บไซต์ เป็นเหมือนการจัดอันดับคอนเทนต์ใหม่ในทุกปี ซึ่งหากเรามีคอนเทนต์ที่ได้คุณภาพตาม Webmaster Guidelines ของ Google อยู่แล้วก็คงไม่ต้องกังวลมากนัก นอกจากเว็บไซต์จะมีอันดับที่ต่ำลงกว่าเดิม ถ้าคอนเทนต์ของเรายังมีความสามารถในการแข่งขันต่ำกว่าของเจ้าอื่นอยู่ ถ้าหากยังนึกภาพไม่ออกล่ะก็ ให้ลองมองเหมือนการจัดอันดับหนังโดนใจแห่งปี แน่นอนว่าเมื่อเข้าสู่ปีใหม่ๆลิสต์หนังในดวงใจของเราก็ย่อมมีอันดับที่เปลี่ยนไปตามความชอบของเรา …

4 เรื่องที่คนทำเว็บไซต์ต้องโฟกัส หลัง Google ปล่อย Core Updates Read More »

คอนเทนต์ไม่ปัง ที่จริงเพราะ SEO นี่เอง

ถ้าคุณกำลังเริ่มทำธุรกิจที่ต้องมีหน้าเว็บไซต์เป็นของตัวเอง สิ่งที่ต้องรู้เมื่อจะเริ่มทำเว็บไซต์ ที่สำคัญอันดับต้นๆเลยคือการทำ SEO ซึ่งจะช่วยทำให้เว็บไซต์ธรรมดาๆของคุณกลายเป็นเว็บไซต์ติดอันดับชั้นนำที่ใครๆต่างก็เข้ามาค้นหา เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อพูดถึงการทำคอนเทนต์ คงไม่พูดถึง SEO ไม่ได้ เพราะคอนเทนต์บนหน้าเว็บไซต์เป็นหนึ่งหัวใจสำคัญที่ดึงดูดผู้คนเข้าเยี่ยมชม แต่คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมเว็บไซต์ของคุณมีการทำ SEO ก็แล้ว ลงคอนเทนต์บ่อยๆก็แล้ว ใส่คีย์เวิร์ดเยอะๆก็แล้วแต่ทำไมยอด Traffic ถึงยังไม่ปังเสียที หรือจริงๆแล้วคุณกำลังทำ SEO อย่างผิดวิธีอยู่นะ ลองมาดูต้นเหตุกันดีกว่าว่ามีความเชื่อผิดๆของการทำ SEO อะไรบ้างที่ทำให้ยอดเข้าชมเว็บไซต์ยังไม่ถึงเป้าที่คุณตั้งใจไว้เสียที  5 เหตุผลง่ายๆที่ทำ SEO เท่าไหร่ก็ไม่ได้ผลตามที่ตั้งเป้าไว้ ขอแค่มีคีย์เวิร์ดติดอันดับหน้าแรกก็พอแล้ว การตั้งเป้าเว็บไซต์ให้มีคีย์เวิร์ดติดอันดับหน้าแรกของGoogleนั้นอาจยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่าเว็บไซต์ของคุณประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะเมื่อเราต้องการให้ผู้คนสนใจกับโปรดักส์ที่เรามี หรือเพื่อเพิ่มยอดTrafficที่สม่ำเสมออย่างยั่งยืน การตะบี้ตะบันใส่คีย์เวิร์ดเพื่อให้ติดอันดับหน้าแรกไม่ได้ส่งผลดีระยะยาวแต่อย่างใด หากผู้ใช้ไม่ได้รับสิ่งที่ต้องการจริงๆ นานวันเข้าอันดับเหล่านี้ก็ไม่มีความหมาย จริงอยู่ว่าการมีคีย์เวิร์ดสำคัญจะช่วยให้เว็บไซต์ของเราค้นหาเจอได้ง่ายขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการผลิตคอนเทนต์ที่มีเนื้อหาคุณภาพ นำเสนอในสิ่งที่ผู้ใช้อยากรู้ ควบคู่ไปกับประสบการณ์ที่ดีของการใช้งานเว็บไซต์ก็เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ และย่อมสร้างความประทับใจให้ผู้ใช้ติดตามและจดจำตัวตนของเราได้นานเช่นกัน มีคอนเทนต์ซ้ำๆกันก็ไม่เห็นเป็นไร การมีคอนเทนต์ซ้ำกันคือการที่เราจงใจหรือตั้งใจให้เนื้อหาเดียวกันไปปรากฏอยู่ในหลายๆหน้าบนเว็บไซต์เพื่อให้มียอดTrafficเข้ามาเยอะๆหรือติดอันดับสูงขึ้น จริงอยู่ว่าการมีเนื้อหาคอนเทนต์คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์นั้นสามารถเกิดขึ้นได้โดยที่เราไม่เจตนา และถึงแม้Googleจะไม่ได้มีบทลงโทษที่ชัดเจน แต่การผลิตคอนเทนต์ที่มีเนื้อหาซ้ำๆกันเป็นจำนวนหลายคอนเทนต์นั้นส่งผลต่อประสิทธิภาพของเว็บไซต์โดยตรง เพราะไม่เพียงจะทำให้ผู้ใช้ต้องทนกับเนื้อหาเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา Googleเองก็ต้องรับมือด้วยการกรองคอนเทนต์เหล่านี้และทำให้อันดับของเว็บไซต์ตกลงต่ำกว่าเดิม แม้กระทั่งทำให้หายไปจากหน้าค้นหาของGoogleเลยทีเดียว ยิ่งใส่ลิงก์เยอะยิ่งดี การใส่ลิงก์อย่างมีประสิทธิภาพลงในหน้าเนื้อหาคอนเทนต์นั้นเป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์  ลิงก์ที่มีความเชื่อมโยงกับเนื้อหาทำให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมโยงบริบท สาระสำคัญต่างๆเข้าด้วยกันเพื่อทำความเข้าใจกับสิ่งที่อ่านได้ง่ายขึ้นหรือได้รับคำตอบที่ต้องการ สมัครใจคลิกไปยังหน้าคอนเทนต์อื่นๆตามที่สนใจ และเพิ่มยอดTrafficให้กับเว็บไซต์ได้อย่างครบองค์รวม แต่ทว่าการใส่ลิงก์เยอะจนเกินพอดีกับตัวเนื้อหาคอนเทนต์นั้นส่งผลร้ายมากกว่าผลดี …

คอนเทนต์ไม่ปัง ที่จริงเพราะ SEO นี่เอง Read More »

คอนเทนต์ไม่ปัง ที่จริงเพราะ SEO นี่เอง

ถ้าคุณกำลังเริ่มทำธุรกิจที่ต้องมีหน้าเว็บไซต์เป็นของตัวเอง สิ่งที่ต้องรู้เมื่อจะเริ่มทำเว็บไซต์ ที่สำคัญอันดับต้นๆเลยคือการทำ SEO ซึ่งจะช่วยทำให้เว็บไซต์ธรรมดาๆของคุณกลายเป็นเว็บไซต์ติดอันดับชั้นนำที่ใครๆต่างก็เข้ามาค้นหา เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อพูดถึงการทำคอนเทนต์ คงไม่พูดถึง SEO ไม่ได้ เพราะคอนเทนต์บนหน้าเว็บไซต์เป็นหนึ่งหัวใจสำคัญที่ดึงดูดผู้คนเข้าเยี่ยมชม แต่คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมเว็บไซต์ของคุณมีการทำ SEO ก็แล้ว ลงคอนเทนต์บ่อยๆก็แล้ว ใส่คีย์เวิร์ดเยอะๆก็แล้วแต่ทำไมยอด Traffic ถึงยังไม่ปังเสียที หรือจริงๆแล้วคุณกำลังทำ SEO อย่างผิดวิธีอยู่นะ ลองมาดูต้นเหตุกันดีกว่าว่ามีความเชื่อผิดๆของการทำ SEO อะไรบ้างที่ทำให้ยอดเข้าชมเว็บไซต์ยังไม่ถึงเป้าที่คุณตั้งใจไว้เสียที  5 เหตุผลง่ายๆที่ทำ SEO เท่าไหร่ก็ไม่ได้ผลตามที่ตั้งเป้าไว้ 1. ขอแค่มีคีย์เวิร์ดติดอันดับหน้าแรกก็พอแล้ว การตั้งเป้าเว็บไซต์ให้มีคีย์เวิร์ดติดอันดับหน้าแรกของGoogleนั้นอาจยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่าเว็บไซต์ของคุณประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะเมื่อเราต้องการให้ผู้คนสนใจกับโปรดักส์ที่เรามี หรือเพื่อเพิ่มยอดTrafficที่สม่ำเสมออย่างยั่งยืน การตะบี้ตะบันใส่คีย์เวิร์ดเพื่อให้ติดอันดับหน้าแรกไม่ได้ส่งผลดีระยะยาวแต่อย่างใด หากผู้ใช้ไม่ได้รับสิ่งที่ต้องการจริงๆ นานวันเข้าอันดับเหล่านี้ก็ไม่มีความหมาย จริงอยู่ว่าการมีคีย์เวิร์ดสำคัญจะช่วยให้เว็บไซต์ของเราค้นหาเจอได้ง่ายขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการผลิตคอนเทนต์ที่มีเนื้อหาคุณภาพ นำเสนอในสิ่งที่ผู้ใช้อยากรู้ ควบคู่ไปกับประสบการณ์ที่ดีของการใช้งานเว็บไซต์ก็เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ และย่อมสร้างความประทับใจให้ผู้ใช้ติดตามและจดจำตัวตนของเราได้นานเช่นกัน 2. มีคอนเทนต์ซ้ำๆกันก็ไม่เห็นเป็นไร การมีคอนเทนต์ซ้ำกันคือการที่เราจงใจหรือตั้งใจให้เนื้อหาเดียวกันไปปรากฏอยู่ในหลายๆหน้าบนเว็บไซต์เพื่อให้มียอดTrafficเข้ามาเยอะๆหรือติดอันดับสูงขึ้น จริงอยู่ว่าการมีเนื้อหาคอนเทนต์คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์นั้นสามารถเกิดขึ้นได้โดยที่เราไม่เจตนา และถึงแม้Googleจะไม่ได้มีบทลงโทษที่ชัดเจน แต่การผลิตคอนเทนต์ที่มีเนื้อหาซ้ำๆกันเป็นจำนวนหลายคอนเทนต์นั้นส่งผลต่อประสิทธิภาพของเว็บไซต์โดยตรง เพราะไม่เพียงจะทำให้ผู้ใช้ต้องทนกับเนื้อหาเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา Googleเองก็ต้องรับมือด้วยการกรองคอนเทนต์เหล่านี้และทำให้อันดับของเว็บไซต์ตกลงต่ำกว่าเดิม แม้กระทั่งทำให้หายไปจากหน้าค้นหาของGoogleเลยทีเดียว 3. ยิ่งใส่ลิงก์เยอะยิ่งดี การใส่ลิงก์อย่างมีประสิทธิภาพลงในหน้าเนื้อหาคอนเทนต์นั้นเป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์  ลิงก์ที่มีความเชื่อมโยงกับเนื้อหาทำให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมโยงบริบท สาระสำคัญต่างๆเข้าด้วยกันเพื่อทำความเข้าใจกับสิ่งที่อ่านได้ง่ายขึ้นหรือได้รับคำตอบที่ต้องการ …

คอนเทนต์ไม่ปัง ที่จริงเพราะ SEO นี่เอง Read More »

ปั้นธุรกิจให้เข้าถึงลูกค้าง่ายขึ้นแบบฟรีๆด้วย Google My Business

จะยอมให้ร้านค้าของคุณได้ฉายาร้านลับๆอยู่ทำไมในเมื่อ Google เขามีเครื่องมือใช้งานง่ายและฟรีอย่าง Google My Business ที่พร้อมช่วยปั้นธุรกิจของคุณให้ปังเพียงปลายนิ้วกด โดยเฉพาะในปัจจุบันที่มีธุรกิจเติบโตใหม่ไม่เว้นแต่ละวัน ยิ่งคุณมีโปรไฟล์ธุรกิจบน Google My Business ยิ่งสร้างข้อได้เปรียบให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นเหนือคู่แข่ง ดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ให้รู้จักกิจการของคุณได้ทันทีผ่าน Google Search และ Google Map ที่สำคัญยังช่วยเชื่อมต่อกับลูกค้าเดิมไม่ให้ห่างหายด้วยการอัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของคุณแบบเรียลไทม์ ไม่เพียงเท่านั้นยังช่วยให้คุณได้รับรีวิวฟีดแบ็กโดยตรงจากลูกค้า รวมถึงข้อมูลเชิงลึกหลังบ้านเพื่อให้คุณนำไปพัฒนาธุรกิจให้เติบโตยิ่งกว่าเดิม เพิ่มยอดขายระยะยาว Google My Business คืออะไร ? Google My Business คือเครื่องมือจาก Google ที่ใช้งานง่ายโดยไม่ต้องมีเว็บไซต์ของตัวเองมาก่อนก็ลงมือทำได้เลย เสมือนเป็นผู้ช่วยสร้างตัวตนให้กับธุรกิจของคุณบนโลกออนไลน์ผ่านโปรไฟล์ธุรกิจ My Business ที่คุณเลือกแสดงข้อมูลเกี่ยวกับกิจการของคุณได้เอง ตั้งแต่ที่อยู่ร้าน เวลาเปิดปิด และเบอร์โทรศัพท์ เพื่อดึงดูดผู้คนที่สนใจให้ค้นหาเจอทันทีเมื่อใช้ Google Search และ Google Map   ข้อดีของการมีโปรไฟล์ใน Google My Business เป็นเรื่องจริงที่ว่าใครๆก็ค้นหาทุกเรื่องที่อยากรู้ด้วย Google เช่น ฟิตเนสใกล้ฉัน …

ปั้นธุรกิจให้เข้าถึงลูกค้าง่ายขึ้นแบบฟรีๆด้วย Google My Business Read More »

มารู้จัก Google Search Console เครื่องมือที่จะช่วยคุณทำ SEO

วันนี้ทาง Predictive จะพาคุณไปเจาะลึกพร้อมกันว่า Google Search Console คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรถึงได้ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยทำ SEO แล้วมีฟีเจอร์ใดบ้างที่คนทำ SEO อย่างเราควรที่จะรู้! Google Search Console คืออะไร Google Search Console คือบริการฟรีจาก Google ที่จะช่วยในการตรวจสอบ และดูแลให้เว็บไซต์ของเรา รวมถึงยังช่วยตรวจสอบคุณภาพ และข้อผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในเว็บไซต์ได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาของ URL หรือปัญหาเรื่อง Mobile Usability ซึ่ง Google Search Console เป็นเครื่องมือที่เหมาะกับทุกคนที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง โดยเฉพาะสาย SEO และฝั่งผู้พัฒนาเว็บไซต์ที่ต้องการตรวจสอบคุณภาพ และความเรียบร้อยของเว็บไซต์ เพื่อให้เว็บไซต์ของเราจะได้มีโอกาสในการติดหน้าแรกของ Google มากยิ่งขึ้น ซึ่งทุกคนสามารถเข้าใช้งานเครื่องมือตัวนี้ได้ในทันที เพียงแค่มีบัญชีของ Google เท่านั้น ประโยชน์ของ Google Search Console ช่วยให้ Google เข้าถึงเว็บไซต์ของเราได้ดีมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เว็บไซต์ของเรามีโอกาสที่จะติดหน้าแรกของ …

มารู้จัก Google Search Console เครื่องมือที่จะช่วยคุณทำ SEO Read More »

Consent Banner

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.